บทที่ 446 แม่นางสามสีพบสมบัติกลางหุบเขา
“คารวะท่าน”
“โอ้! ท่านนักพรตนี่นา!” คนตัดฟืนหยุดร้องเพลงในทันใด มองดูซ่งโหยวด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ท่านนักพรตจะไปที่ใดหรือ หรือตั้งใจมาเที่ยวชมเขาฉยงซานแห่งนี้ แล้วเหตุใดจึงพาแมวมาด้วยเล่า”
“ก็ทำนองนั้นกระมัง” ซ่งโหยวประสานมือคารวะ “ข้าแซ่ซ่ง นามโหยว มาจากแคว้นอี้โจว ออกพเนจรไปทั่วหล้า ได้ยินว่าเขาฉยงซานมีทัศนียภาพงดงามหาได้ยากในหยางโจว ทั้งยังได้ยินมาว่าที่เชิงเขาแห่งนี้มีเทพเสี่ยงเล่อสถิตอยู่ ว่ากันว่าเป็นเทพที่ประหลาดนัก จึงอยากมาเยี่ยมเยียนดูสักครา แต่ดูเหมือนว่าศาลเจ้าจะถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว”
“พังไปนานแล้ว! ตั้งแต่ปีกลายนู่น!” คนตัดฟืนได้ฟังดังนั้นก็วางมัดฟืนหนักอึ้งลงจากบ่า พลางพิจารณาซ่งโหยวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “ฟังสำนวนท่านแล้ว ไม่ค่อยเหมือนนักพรตเท่าใดนัก”
“เป็นความเคยชินน่ะ” ซ่งโหยวยิ้มน้อยๆ “บทกวีที่ท่านขับขาน ก็ฟังดูไม่เหมือนสิ่งที่คนตัดฟืนจะเปล่งออกมาได้นัก”
“ข้าน้อยก็แค่คนหาฟืน” คนตัดฟืนโบกมือพลางปาดเหงื่อ “เพียงแต่เมื่อครั้งยังหนุ่ม เคยมีนักพรตจากตัวเมืองมาพำนักอยู่ที่ศาลเจ้าใต้เขา ท่านผู้นั้นอาศัยอยู่เพียงลำพัง ไร้คนสนทนาด้วย ข้าน้อยเดินผ่านหน้าศาลทุกวันก็เข้าไปทักทายบ้าง นานวันเข้าจึงพอจำบทกวีได้”
“นักพรตท่านนั้นชื่นชอบบทกวีหรือ”
“ท่านนักพรตผู้นั้นมีวาทศิลป์ยิ่งนัก!” คนตัดฟืนเบิกตากว้างก่อนจะทอดถอนใจ “ทว่าไม่ได้พบหน้ากันม