ปีศาจตนนี้มีตบะติดตัว ทั้งยังถูกแต่งตั้งให้เป็นเทพปกปักรักษาดินแดนแห่งนี้ ทั่วทั้งเขาฉยงซานจึงเป็นเขตอิทธิพลของมัน ร่างกายของมันในขุนเขานี้ย่อมไม่เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา
ทว่ามิเน่าเปื่อย มิได้แปลว่านิรันดร์
ซ่งโหยวเดินเข้าไปหยุดตรงหน้ามันในระยะหนึ่งจั้ง ประสานสายตากับร่างนั้น เห็นปีศาจภูเขานั่งพิงต้นไม้ในท่าทางที่คล้ายมนุษย์ยิ่งนัก นอกจากบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างแล้ว สีสันบนกายก็เริ่มซีดจางลงอย่างช้าๆ มองเผินๆ อาจคิดว่าเป็นเพียงฝุ่นทรายที่ทับถมจากการกรำแดดฝนมานานวัน แต่หากพินิจให้ดีจะพบว่า มันกำลังแปรสภาพกลายเป็นรูปปั้นหิน
คาดว่าอีกไม่กี่ปี หากไม่มีใครย้ายมันออกไปจากเขาลูกนี้ มันคงจะกลายเป็นก้อนหินไปโดยสมบูรณ์
ถึงเวลานั้น คนรุ่นหลังที่ผ่านมาพบเห็นก้อนหินก้อนนี้เข้า คงจะตกใจที่มันมีรูปร่างคล้ายทั้งคนและลิง แล้วคงจะตั้งชื่อให้มัน กลายเป็นหนึ่งในทัศนียภาพอันแปลกประหลาดของขุนเขาแห่งนี้ไป
ดูท่าเทพเสี่ยงเล่อองค์นี้จะไม่ได้มีฤทธิ์เดชกล้าแข็งเฉกเช่นเทพอันเล่อ ที่สามารถสังหารผู้วิเศษที่ราชครูส่งมาปราบลงได้ ท้ายที่สุดราชครูก็ยังคงเชี่ยวชาญการวางกลอุบาย คราวนี้จึงไม่พลาดแล้ว
ซ่งโหยวจ้องมองร่างนั้นด้วยความเวทนา
ครานั้นราชครูแต่งตั้งให้มันเป็นเทพประจำขุนเขาแห่งนี้ อารามชิงอวิ๋นส่งนักพรตมาช่วยรวบรวมแรงศรัทธาและค้ำจุนสถานะเทพให้ มันยังรู้จักเข้าฝันมาขอบใจ ทั้งยังมอบผลทิพย์ให้เป็นสิ่งตอบแทน นับว่าเป็นปี