าเยี่ยนจากที่แห่งนี้ได้อีกด้วย
ซ่งโหยวหาโรงเตี๊ยมริมน้ำแห่งหนึ่ง แล้วจองที่พักยาวครึ่งเดือนทันที นี่คือระยะเวลาพักสั้นที่สุดที่พอจะใช้ต่อรองราคากับเถ้าแก่ได้ และซ่งโหยวเองก็อยากอาศัยโอกาสนี้ล้างภาพบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ได้ประจักษ์ครั้นยังอยู่ที่เหยาโจวและล่างโจวให้สิ้น
ทว่านอกจากสองวันแรกที่ออกไปเดินเที่ยวเล่น นำน้ำผึ้งส่วนเกินที่แม่นางสามสีเก็บมาระหว่างทางไปขายเป็นเงิน ซื้อน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว และเครื่องเทศที่เหลืออยู่เพียงร่อยหรอมาตุนไว้ และซื้อรองเท้าคู่ใหม่แล้ว ซ่งโหยวก็แทบไม่ออกไปไหนอีกเลย
ยามปกติ เขามักจะนั่งพิงอยู่ริมหน้าต่าง ชะโงกกายออกไปเพียงครึ่งเดียว คอยทอดมองสายน้ำสีมรกตเบื้องล่างและเรือที่แล่นผ่านไปมาอย่างเงียบเชียบ มิอาจรู้ได้เลยว่าเขากำลังคิดคะนึงถึงสิ่งใด
เมื่อมองจนตาล้าแล้ว เขาก็จะเขียนบันทึกการเดินทาง
ในช่วงวันแรกๆ เขารู้สึกว่าแต่ละวันช่างยาวนานนัก การพักอยู่ที่นี่ครึ่งเดือนโดยไม่เคลื่อนไหวไปไหน ย่อมนานพอให้เขาได้พักผ่อนจนเต็มอิ่ม ทว่ารู้ตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยไปสิบวันเสียแล้ว
ตลอดสิบวันนี้ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้จากเมืองเล็กๆ แถบเจียงหนานและความประทับใจในความสะดวกสบายที่ห่างหายไปนานเริ่มจางหายไป เขากลับรู้สึกว่าการอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ลูกจ้างยกอาหารขึ้นมาส่ง ออกไปหาร้านอาหารละแวกใกล้เคียงหรือแม้แต่สั่งอาหารจากภัตตาคารมาส่งถึงห้อง ล้วนแล้วแต่ไ