ไก่ตัวนี้ข้าขอเป็นค่าตอบแทน พวกท่านล้วนมีใจเมตตา จงรักษาความดีงามนี้สืบไป ย่อมมีโชคดีตามมาในภายหลัง”
“เทพอธรรมถูกกำจัดแล้ว…”
เด็กหญิงตัวน้อยยืนอยู่หน้าแผ่นหิน เริ่มจรดปลายพู่กันจากบนลงล่าง
คราแรกนางต้องชูมือขึ้นสูง ทั้งยังต้องเขย่งปลายเท้า จากนั้นจึงค่อยๆ เขียนไล่ลงมาจนอยู่ในระดับสายตา แล้วก้มตัวลงจนถึงขั้นนั่งต้องยองๆ เพื่อเขียนข้อความให้จบ
ลายมือของแม่นางสามสียังคงเป็นระเบียบเรียบร้อยนัก อาจเป็นเพราะนางอ่านตำรามามาก เดิมทีลายพู่กันของนางนั้นคล้ายคลึงกับซ่งโหยวอย่างยิ่ง ทว่ายามนี้กลับเริ่มมีความคล้ายคลึงกับอักษรพิมพ์มากขึ้น ดูตั้งใจแต่ยังขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัวและจินตนาการไปบ้าง
“…มีโชคดี”
ทันทีที่เขียนอักษรตัวสุดท้ายเสร็จ
พลันมีเสียงหนึ่งดังตามมา
เศษหินและฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากก้อนหิน ลอยละล่องไปตามลม ทำเอาแม่นางสามสีที่กำลังนั่งยองๆ ถือพู่กันอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปสองก้าว
ครั้นนางเงยหน้ามองดูหน้าตัดหินอีกครั้ง ทุกตัวอักษรที่นางเขียนลงไปเมื่อครู่ บัดนี้ได้สลักลึกลงไปในเนื้อหินเสียแล้ว
“โอ้โห!”
“ด้านหลังก็เขียนตัวอักษรเล็กๆ กำกับไว้สักหน่อยเถิด”
“ตัวอักษรเล็กๆ!”
“เขียนว่า ก่อนหน้านี้มีนักโทษหนีคดีซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ได้ลอบเข้ามาซ่อนตัวในศาลเจ้าในยามวิกาล และถูกเทพอธรรมจับกินไปแล้ว ส่วนจะเขียนอย่างไรนั้น แม่นางสามสีกำหนดเอาตามใจชอบเถิด”
“ได้เลย!”
เด็กหญิงตัวน้อยจรดพู่กันล