้แต่นิดเดียว
ซ่งโหยวทั้งเติมฟืนและปรุงอาหารไปพร้อมกัน ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น “แม่นางสามสีปราบปีศาจมาทั้งคืน ไม่ได้นอนหลับพักผ่อนเลย ไม่สู้ไปพักสักงีบเล่า กว่าเจ้าจะตื่น ไก่ก็คงสุกได้ที่พอดี”
“แม่นางสามสีไม่ง่วง!”
น้ำเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยหนักแน่นยิ่งนัก
แสดงออกถึงความใฝ่รู้และมุมานะของนาง ทั้งยังไม่ยอมปล่อยผ่านวิธีที่จะรังสรรค์เนื้อหนูให้กลายเป็นของอร่อยไปได้เลยแม้แต่วิธีเดียว
“…”
นักพรตหนุ่มจนใจยิ่งนัก แต่ก็ยังคงลงมือทำอาหารต่อไปไม่หยุด
ยามนี้ฟ้าสว่างแล้ว ลมโชยแผ่ว เมฆาเบาบาง อากาศยามเช้าช่างรื่นรมย์ ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป
ชีวิตในหมู่บ้านเบื้องล่างค่อยๆ ตื่นจากการหลับใหล เสียงไก่ขันหมาเห่าดังแทรกขึ้นมา ควันไฟจากเตาหุงหาอาหารลอยละล่องมาผสมกับหมอกบางๆ โอบล้อมขุนเขาราวกับผ้าแพรหยก
บนยอดเขาอันรกร้าง ก็มีควันไฟแห่งโลกมนุษย์ลอยกรุ่นเช่นกัน
เมื่อน้ำมันในหม้อร้อนจนได้ที่ เนื้อไก่ก็ถูกหย่อนลงไป ฟองน้ำมันพุ่งพล่าน เนื้อไก่เปลี่ยนสีจากแดงสดเป็นเหลืองทอง หนังหดรัดตัวเข้าหากัน แม้จะขาดน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว แต่ซ่งโหยวก็เตรียมขิง กระเทียม พริก และเครื่องเทศต่างๆ ไว้ครบครัน เขาทยอยใส่ลงไปทีละอย่าง กลิ่นหอมกรุ่นเข้มข้นอบอวลไปทั่ว มีลมภูเขาคอยพัดพาความหอมโชยไปไกล
“อึก!”
เด็กหญิงตัวน้อยขยี้ตาไปพลาง ลอบกลืนน้ำลายไปพลาง
นักพรตเติมน้ำลงไปเล็กน้อย หยิบหมวกโต่วลี่ของตนมาปิดแทนฝาหม้อ จากนั้นจึงนั่งลงดูหมู่เมฆา