จึงได้เรียกทั้งคนชราและคนหนุ่มมากันเป็นกลุ่มใหญ่
ทว่าเมื่อมาถึงหน้าศาลเจ้า กลับพบว่าสัตว์ทุกตัวนอกจากไก่ยังมีชีวิตอยู่ครบถ้วนและถูกผูกไว้กับต้นไม้ดังเดิม หน้าศาลเจ้ามีแผ่นหินเขียวที่ถูกตัดให้หน้าหินเรียบวางไว้เป็นหินจารึก มีข้อความเขียนไว้อย่างชัดเจน ส่วนภายในศาลเจ้านั้นพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ รูปเคารพเทพอันเล่อนั้นแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
“เกิดอะไรขึ้น”
“แย่แล้ว!”
“ต้องเป็นนักพรตเมื่อวานนี้แน่ๆ!”
“ตรงนี้มีข้อความเขียนไว้!”
“ใครที่อ่านหนังสือออก มาอ่านดูเร็วเข้า!”
“ท่านจางซาน ท่านจางซานมาอ่านที!”
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทุกคนต่างพากันมารุมล้อมอยู่ที่หน้าประตูศาลเจ้าและหน้าแผ่นหิน จ้องมองข้อความบนหินอย่างไม่วางตา
มีคนเริ่มอ่านออกเสียง
ผู้คนต่างตื่นตระหนกไปตามๆ กัน
ยามนี้พวกเขาถึงได้ตระหนักว่า นักพรตเมื่อคืนนี้ไม่ได้มาที่นี่เพื่อสักการะเทพอันเล่อ และไม่ได้มาขโมยสัตว์เซ่นไหว้ แต่เป็นเซียนที่ล้วงรู้ว่าที่แห่งนี้มีเทพกำมะลอสถิตอยู่ จึงจงใจมากำจัดปิศาจร้าย! ซ้ำแล้วยังมีแต่เซียนตัวจริงเท่านั้นที่ไม่แตะต้องสัตว์ใหญ่หลังจากกำจัดปีศาจได้แล้ว กลับเลือกไก่ที่มีค่าน้อยที่สุดไปเพียงตัวเดียว
หากมิใช่เพราะเมตตาต่อชาวโลก…ก็เห็นจะเป็นเซียนผู้โปรดปรานเนื้อไก่ยิ่งนัก