ถูกนางแกะเมล็ดออกไปครึ่งหนึ่งเพื่อทำแผ่นแป้งแบบเดียวกับวันนี้ แล้วนำไปแช่ในน้ำแกงหนูผัดเตาฟืนดั่งเช่นตอนนี้…ความน่าเอ็นดูนั้นก็ดูจะเจือไปด้วยความประหลาดพิกลอยู่บ้าง
“แม่นางสามสี รสชาติเป็นอย่างไร”
“แม่นางสามสีว่าอร่อยมาก!”
“กินเนื้อเถิด”
“กินเนื้อ!”
ซ่งโหยวคีบเนื้อไก่ชิ้นแรก
เด็กหญิงตัวน้อยก็ทำตามเขา
ไก่ตัวนี้คงมีอายุพอสมควร เนื้อค่อนข้างเหนียวและแข็ง แต่หลังจากเคี่ยวจนได้ที่กลับให้สัมผัสแน่น หนังไก่มีความยืดหยุ่น ทั้งยังดูดซับน้ำแกงและกลิ่นเครื่องเทศไว้จนเต็มเปี่ยม เพียงคำแรกที่ได้ลิ้มลองก็ทำให้ซ่งโหยวและแม่นางสามสีรู้สึกว่าไม่ได้ปราบปีศาจโดยกลับมามือเปล่าแล้ว
“อร่อยจัง!”
เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวชื่นชมแล้วกลับไปพินิจพิจารณาต่อ
ส่วนซ่งโหยวไม่พูดจา เพียงลิ้มรสอาหารเลิศรสอย่างเงียบเชียบ
ในห้วงเวลานี้ ความเหนื่อยล้าจากเมื่อคืนจางหายไปจนสิ้น ท่ามกลางฟ้าดินอันกว้างใหญ่และดวงใจที่อิ่มเอม นับเป็นช่วงเวลาที่ปลอดโปร่งโล่งสบายที่หาได้ยากยิ่งในระหว่างการเดินทาง
ขณะเดียวกันนั้น ณ ป่าเขาที่ห่างไกลออกไป ก็เริ่มมีเสียงพูดคุยจอแจแว่วมา…
กลุ่มชาวบ้านรวบรวมความกล้าพากันขึ้นมายังศาลเทพอันเล่อ
เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะมาดูว่าสัตว์ที่นำมาเซ่นไหว้เมื่อวานจะเหลือรอดอยู่สักกี่ตัว และหมายจะมาทำความสะอาดศาลเจ้า แต่เมื่อรู้ว่าเทพอันเล่อจะกินสัตว์เซ่นไหว้ ทั้งยังเห็นคนนำเด็กหญิงตัวน้อยมาถวายแทน ในใจจึงเกิดความหวาดกลัว