ดงยืนอยู่อย่างสงบเสงี่ยม
ทันทีที่เห็นเขา กลุ่มควันเทาก็หักหลบเปลี่ยนทิศทางทันที
นักพรตผู้นั้นยกไม้เท้าไผ่ขึ้นเบาๆ
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดผ่ากลางฟ้าโปร่ง อัสนีบาตคำรณกลางสารทฤดู
ประกายสายฟ้าสีขาวอมเขียวปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปลายสายแตกแขนงออกเป็นแฉก ฟาดลงกลางกลุ่มควันเทานั้นอย่างแม่นยำ
พรึ่บ!
กลุ่มควันสีเทาแตกกระจายเข้าไปในป่ารกชัฏทันที
สวบสาบ…
เพียงอึดใจเดียวพยัคฆ์และฝูงหมาป่าก็ตามมาถึง
ที่นี่เป็นป่าละเมาะกลางหญ้ารก มีต้นไม้เล็กๆ ขึ้นประปราย และเต็มไปด้วยเศษหินน้อยใหญ่ เป็นผืนดินรกร้างไร้ผู้คนเพาะปลูก
พยัคฆ์สี่ตัวและหมาป่านับร้อยตัวร่วมมือกันประหนึ่งกระแสพรรณรายที่หลั่งไหลจนเต็มพื้นที่ในชั่วพริบตา พยัคฆ์ยืดคอกวาดสายตามองไปทั่ว ฝูงหมาป่าบางส่วนก้มลงดมกลิ่นตามพื้น ส่วนที่เหลือกระจายตัวกันออกไปล้อมพื้นที่ป่ารกร้างนี้ไว้หลายชั้น พร้อมกับยึดผาสูงไว้คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหว
เด็กหญิงในชุดสามสีขี่หลังพยัคฆ์ตัวหนึ่ง พยัคฆ์ตัวนี้ดูจะผ่ายผอมกว่าตัวที่กำยำที่สุดอยู่บ้าง แต่ก็มิใช่ตัวที่เล็กที่สุดในบรรดาสี่ตัว มันคือพยัคฆ์ตัวแรกที่นางเรียกออกมาจากธงผืนนั้น
แม่นางสามสีเป็นผู้ที่ฝังใจกับอดีตยิ่งนัก นางมีความผูกพันกับมันอย่างลึกซึ้ง
ยามนี้เด็กหญิงวาดขาขวาข้ามหลังเสือมาวางขนานกับขาซ้าย แล้วไถลตัวลงจากหลังเสืออย่างคล่องแคล่ว นางก้มหน้าเดินเตาะแตะไปตามพื้นดินรกร้างพลางสูดดมกลิ่น
ดมไปดมมา นางก็หันกลับไปถอด