ถุงย่ามที่สะพายเฉียงอยู่ออก แล้วแขวนไว้บนหัวของพยัคฆ์ตัวนั้นแทน
“พึ่บ…”
นางคืนร่างกลายเป็นแมวสามสี หมอบตัวราบกับพื้นดินคอยดมกลิ่น
“มันบาดเจ็บสาหัสแล้ว ตอนนี้คงกำลังซ่อนตัวอยู่” นกนางแอ่นร่อนอยู่กลางอากาศ ไม่กล้าร่อนลงสู่พื้น
“รู้แล้วน่า!”
“มันเป็นภูตขุนเขา เชี่ยวชาญการแปลงกายเป็นสิ่งของในป่า อีกทั้งยังเป็นเทพประจำขุนเขาแห่งนี้ด้วย มันซ่อนตัวอยู่ในป่าเช่นนี้ ย่อมหาตัวยากเป็นธรรมดา” นกนางแอ่นเตือนต่อ “แม่นางสามสี โปรดระวังพืชพรรณและหินผารอบกายด้วย”
“แม่นางสามสีเคยเห็นปีศาจภูเขามาก่อน ต้องใช้เจ้านั่นที่มันระเบิดได้ แล้วมันจะตกใจจนโผล่ออกมาเอง” แมวเหมียวเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า “บนตัวมันมีกลิ่นเหม็นเหมือนหนูเน่า”
ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาจากเบื้องหลังฝูงหมาป่า
นักพรตหนุ่มแหวกพงหญ้าเดินถือไม้เท้าเข้ามา บนหลังม้าแดงมีหม้อเหล็กใบใหญ่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งใบ มันเดินตามหลังมา เสียงกีบเท้ากระทบพื้นและเสียงกระดิ่งกังวานก้องไปทั่วขุนเขา
ฝูงหมาป่าพากันเหลียวมองและหลีกทางให้เขา
“สหายผู้นี้ร้ายกาจและเฉลียวฉลาดกว่าปิศาจภูเขาที่เราเจอที่เขาเยี่ยนหุยมากนัก ลำพังใช้แค่ประทัดคงไม่อาจขู่ให้ปรากฏกายได้” ซ่งโหยวคลี่ยิ้มน้อยๆ “แต่แม่นางสามสีนั้นมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า หากมั่นใจว่าเทพอันเล่อผู้นี้อยู่ในอาณาบริเวณใด ก็ใช้ไฟเผาภูเขาทั้งลูกได้ ข้าจะเป็นผู้ควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามจนเกินการเอง”
“จริงด้วย…”
เจ้าแมวหันก