วเองก็ยังกล่าวได้อย่างมีชั้นเชิงมากขึ้นนัก”
“อะไรนะ”
เด็กหญิงเอียงคอเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงน
“ไม่มีอะไร…”
ซ่งโหยวส่ายหน้าเบาๆ มือถือไม้เท้าไผ่ หมุนกายเดินกลับไปโดยอาศัยแสงจันทร์นำทางพลางกล่าวว่า “ปีศาจตนนี้มีอิทธิฤทธิ์ไม่เบา หากอยู่ที่แดนเหนืออาจไม่นับเป็นกระไรได้ แต่หากเป็นแดนใต้นี้ ถือเป็นปีศาจร้ายที่พบเจอได้ยากยิ่ง ยอดฝีมือฝ่ายพุทธทั่วไปยากจะกำจัด อีกทั้งยังเจ้าเล่ห์แสนกลนัก ไม่แปลกใจเลยที่พระภิกษุขั้นสูงที่ราชครูส่งมาจะต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่…”
เขาชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนหน้ามาเล็กน้อย
“ทว่าแม่นางสามสีกับเยี่ยนอันกลับสยบมันได้ แสดงว่าพวกเจ้าทั้งสองสามารถออกไปเผชิญโลกด้วยตนเองได้แล้ว”
“ออกไปเปิดหูเปิดตา!”
“ล้วนเป็นเพราะความเก่งกาจของแม่นางสามสี…”
“เดิมทีแม่นางสามสีจะเรียกเสือออกมาช่วยตั้งสี่ตัวเชียวนะ แต่ศาลเจ้านั่นมันเล็กเกินไป ก็เลยเรียกออกมาได้แค่สองตัว!”
“แม่นางสามสีเก่งที่สุด…”
ลมภูเขาพัดโชยมาเป็นระยะจนเสียงพูดคุยเริ่มขาดช่วง
เงาร่างเล็กใหญ่เดินนำม้าสีแดงเข้มและนกนางแอ่นกลับมายังหน้าศาลเจ้าอีกครั้ง
ยามนี้ศาลเจ้าเทพขุนเขาอยู่ในสภาพพังพินาศยับเยิน ขื่อหลังคาถูกเผาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี พยุงหลังคาไว้อย่างยากลำบาก ผนังในศาลเจ้าเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ ทั้งรอยไหม้ รอยกรงเล็บตะปบและรอยแตกร้าวจากการกระแทก รูปเคารพบนแท่นบูชาถูกเทพอันเล่อพุ่งชนจนศีรษะหลุดกระเด็น ทั้งยัง