มารถสำนึกผิดได้หลังจากที่สังหารเขาไป ยามที่ข้าผ่านทางมาในวันนี้ ย่อมจะไม่เอาชีวิตท่านแน่นอน ทว่าท่านกลับเหี้ยมโหดเกินไป ทั้งยังเสียสติไปแล้ว ไม่อาจปล่อยท่านไปได้จริงๆ” ซ่งโหยวกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่งพลางส่ายหน้าช้าๆ “น่าเสียดายที่ข้ายังไม่มีโอกาสจัดตั้งศาลเทพารักษ์ที่เชื่อมต่อกับปรโลกให้ทั่วหล้า มิเช่นนั้นคงส่งตัวท่านให้ศาลเทพารักษ์และยมบาลเป็นผู้พิพากษาโทษแล้ว”
ฟู่ว…
เทพอันเล่อยังกล่าวไม่ทันจบ พลันมีสายลมโชยเอื่อยพัดผ่านขุนเขา ยามลมพัดกราย มวลพฤกษาต่างสั่นไหว ร่างของปีศาจร้ายในสายลมนั้นเป็นดั่งควันเมฆา เพียงถูกเป่าก็ปลิดปลิวสลายไปตามลม
นับเป็นการจากไปที่ไร้ซึ่งความเจ็บปวด แม้แต่เจ้าตัวก็มิทันได้รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
“เฮ้อ…”
ซ่งโหยวถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะหันไปหาแมวน้อย
กลับเห็นว่าเจ้าแมวได้คืนร่างเป็นเด็กหญิงอีกครั้ง นางสะพายย่ามคู่ใจไว้บนหลัง มือควานหาแผ่นยันต์ที่พับเป็นรูปสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยมออกมาหลายแผ่น แล้วยื่นให้กับเขา
“ยันต์ของเจ้า!”
ซ่งโหยวยื่นมือออกไปรับ “ในเมื่อข้าให้ยันต์แก่แม่นางสามสีไว้แล้ว เหตุใดจึงไม่นำออกมาใช้เล่า”
“เพราะแม่นางสามสีคิดว่ามันร้ายกาจก็จริง แต่แม่นางสามสีน่ะเก่งกาจกว่ามันเสียอีก!” เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้าสบตาเขาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อีกอย่าง ยันต์ต้องใช้กระดาษเขียน กระดาษน่ะราคาแพงจะตาย!”
“แม่นางสามสีเฉลียวฉลาดขึ้นกว่าเดิมมากนัก แม้แต่ยามชื่นชมตั