ป็นผู้บำเพ็ญเพียร ต่อให้ท่านมิได้ช่วยเหลือข้า เพียงแค่เดินผ่านทางมาแล้วเอ่ยปากขอ ข้าก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ลงคอหรอกน่า!”
กล่าวจบเขาก็เดินเข้าไปในไร่ เด็ดฝักข้าวนางแอ่นออกมาจำนวนหนึ่ง
“พอแล้ว พอแล้ว…”
ซ่งโหยวรีบห้ามปราม “มากกว่านี้พวกข้าคงพกไปไม่ไหวแน่ อีกอย่างข้าเพียงแค่อยากลิ้มรสดูเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็ได้”
ชายชรานำข้าวนางแอ่นทั้งหกเจ็ดฝักมาวางกองไว้บนพื้น
“เดิมทีข้าขอแค่ฝักเดียว บัดนี้ได้มามากถึงเพียงนี้ เห็นทีข้าคงไม่อาจรับไปโดยไม่ตอบแทนท่านได้” ซ่งโหยวกล่าวพลางล้วงมือเข้าไปในถุงสัมภาระ หยิบกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ออกมาอันหนึ่ง เป็นกระบอกเล็กๆ ขนาดพอๆ กับนิ้วก้อย ทว่ากลับแลดูประณีตยิ่งนัก มีลายสลักรูปบุปผาและเมฆาคล้อย
“ข้าไม่มีเงินทองจะมอบให้ท่านผู้เฒ่า จึงขอขอมอบพืชพรรณจากแดนโพ้นทะเลเป็นสิ่งตอบแทน”
“หืม”
เดิมทีชายชราตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้ยินคำกล่าวของเขาจึงต้องชะงักไป
เขาเห็นนักพรตหนุ่มเปิดจุกไม้ไผ่ขนาดจิ๋วที่มีขนาดเล็กยิ่งกว่ากระบอกส่งจดหมายออก ก่อนจะเทเมล็ดพันธุ์ขนาดเท่าเม็ดงาออกมาเม็ดหนึ่ง จากนั้นก็ฝังเมล็ดนั้นลงในดินข้างทางทันที แล้วหยิบถุงน้ำที่วางอยู่ข้างถุงสัมภาระมาราดรดลงไปเล็กน้อย
เห็นเมล็ดนั้นหยั่งรากแตกหน่อ บนผืนดินชุ่มชื้นพลันมียอดสีเขียวขจีผุดขึ้นมาในทันใด
เพียงชั่วอึดใจเดียว ข้างทางกลับปรากฏเถาวัลย์สายหนึ่งขึ้นมา
เถาวัลย์ยาวเหยียดเลื้อยไปตามพื้นดิน
บนเถานั้นปรากฏผลสีเขีย