จำหุบเขาเบื้องล่าง เส้นทางนี้คือทางผ่านขององค์เทพ เมื่อคุณชายทานมื้อเที่ยงและพักผ่อนเพียงพอแล้ว ควรรีบออกเดินทางไปจากที่นี่เสียจะดีกว่า จะได้ไม่เป็นการล่วงเกินองค์เทพ”
เมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้า แววตาแห่งความยินดีบนใบหน้าของเขาก็หายวับไปในทันที
“อ้อ”
ซ่งโหยวสังเกตเห็นสีหน้าของเขาจึงเริ่มเกิดความสนใจ “ไม่ทราบว่าคนแถบนี้นับถือเทพเจ้าองค์ใดกันหรือ”
“เป็นเทพเจ้าประจำภูเขาแถวนี้น่ะ”
“เทพเจ้าที่ว่ามีนามว่าอย่างไรหรือ”
“ไร้ชื่อไร้แซ่ ผู้คนต่างขานนามท่านว่าองค์เทพอันเล่อ”
“ข้าไม่เคยได้ยินเทพเจ้านามอันเล่อมาก่อน ไม่ทราบว่าเป็นเทพที่ราชสำนักแต่งตั้ง หรือเป็นเทพที่ชาวบ้านร่วมใจกันกราบไหว้บูชาเองหรือ” ซ่งโหยวถามด้วยความอยากรู้
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องเทพเจ้า เด็กหญิงตัวน้อยเองก็ส่งสายตามาทางนี้เช่นกัน
“ราชสำนักเป็นผู้แต่งตั้งมา เห็นว่าแถบนี้มีป่าเขาอุดมสมบูรณ์ เปี่ยมด้วยพลังวิญญาณ จึงได้แต่งตั้งเทพเจ้าเขาขึ้นมาองค์หนึ่ง แต่งตั้งมาได้ยี่สิบกว่าปีแล้วกระมัง”
“ในเมื่อราชสำนักเป็นผู้แต่งตั้ง ย่อมเป็นเทพเจ้าโดยแท้ ทว่าเหตุใดเมื่อท่านผู้เฒ่าเอ่ยถึง กลับมีท่าทีไม่ค่อยยินดีนักเล่า”
“เรื่องนั้นน่ะหรือ…”
ชายชราอยากจะแย้งตามสัญชาตญาณ เขาอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง แม้ไม่ได้จะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็กล่าวออกมาจนได้ “เรื่องเช่นนี้ ใครเล่าจะกล้าพูด”
“ไม่เป็นไรหรอก” ซ่งโหยวเผยรอยยิ้ม แสร้งทำเป็นเหลียวมองไปรอบๆ “แม้ภูเขาทั้งลูกนี้จะเป