็นถิ่นของเทพแห่งขุนเขา ทว่าเท่าที่ข้ากวาดสายตาดู ยามนี้ท่านเทพไม่ได้อยู่ที่นี่ คงไปบำเพ็ญตบะอยู่ที่อื่น ท่านผู้เฒ่ามีเรื่องราวประหลาดอันใดก็บอกเล่าให้ข้าฟังได้เต็มที่”
“ก็ไม่ใช่เรื่องราวประหลาดอันใดหรอก…” ชายชราอึกอักครู่หนึ่ง ก่อนจะลดเสียงลงต่ำ “เพียงแต่เทพเจ้าองค์นี้ นับวันยิ่งสร้างความหวาดหวั่นมากขึ้นทุกที”
“อย่างไรหรือ”
“เดิมทีตอนที่ทางการเพิ่งสร้างศาลเจ้าขึ้นมาใหม่ๆ เทพองค์นี้ยังสำรวมนัก แม้จะไม่เห็นว่าบนเขามีความเปลี่ยนแปลงอันใด แต่ก็ไม่ค่อยก่อเรื่องเดือดร้อน อย่างมากก็แค่มีคนเดินป่ายามค่ำคืน หรือกลับจากทำงานบนเขาเมื่อยามดึกดื่นแล้วบังเอิญพบท่านเข้าจนตกใจแทบสิ้นสติเท่านั้น” ชายชรากระซิบกระซาบ “ทว่าเมื่อปีปีกว่าก่อน มีผู้วิเศษท่านหนึ่งมาที่นี่ กล่าวว่ารับคำสั่งจากราชครูให้มาปราบปีศาจ คืนนั้นบนเขามีแสงไฟวูบวาบ ศาลเจ้าก็พังพินาศลง ทว่าวันรุ่งขึ้น ท่านผู้นั้นกลับไม่ได้ลงมาจากเขา และนับแต่นั้นมา นิสัยใจคอขององค์เทพก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน…”
“ผู้วิเศษหรือ”
“เป็นพระภิกษุมากวิชารูปหนึ่ง วาจาสุภาพอ่อนโยนยิ่งนัก”
“รับคำสั่งจากท่านราชครูหรือ”
“ได้ยินมาว่าเช่นนั้น…”
“อีกทั้งองค์เทพยังมีนิสัยใจคอเปลี่ยนไปจากเดิม”
นางรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่า วิธีการพูดจาเช่นนี้ของนักพรตช่างดูคุ้นหูพิกล
ทว่ากลับได้ยินชายชรากระซิบเสียงแผ่วเสียจนแทบไม่ได้ยิน มีเพียงเสียงลมพ่นออกจากปาก “ครานั้นเทพเจ้ามาเข้