เขตของเหล่าจ้าววิถีทั้งสี่มากกว่า
ก็ด้วยเหตุนี้เอง ลวี่หยางจึงเข้าใจได้ว่า
เหล่าจ้าววิถีทั้งสี่ เกรงว่ามิใช่ไม่อยากลงมายุ่งเกี่ยวกับโลกปัจจุบัน แต่เป็นเพราะทำไม่ได้ หรือกล่าวอีกอย่างก็คือ พวกเขาไม่อาจยื่นมือเข้ามาโดยไม่ให้วิถีของตนเองได้รับความเสียหาย!
หากจะเปรียบเส้นทางบำเพ็ญเหมือนการปีนป่ายภูผา
สามัญชนก็คือผืนดินที่รองรับภูเขา การรวมลมปราณคือก้อนกรวดตีนเขา ส่วนการวางรากฐานก็คือการปีนขึ้นมาเล็กน้อย ขณะที่เจินจวินก็คือผู้ที่ยืนอยู่กึ่งกลางเชิงเขา
สำหรับจ้าววิถีระดับก่อกำเนิด ก็อยู่บนยอดสูงสุดของภูผา
หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือกำลังอยู่บนเส้นทางที่จะขึ้นสู่ยอดเขานั้น ยิ่งพวกเขาปีนสูงเพียงใด ก็ยิ่งยากที่จะแทรกแซงผืนดิน ตีนเขา หรือเชิงเขาด้านล่างได้ง่ายดาย
จ้าววิถีก่อกำเนิด ตอนนี้ก็กำลังปีนขึ้นสู่ยอดเขาสูงสุด ในสถานการณ์เช่นนี้ หากพวกเขาจะลงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยตรงเชิงเขาหรือกึ่งกลางเขา ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่จำต้องวกกลับลงมา ทว่าเช่นนั้นก็คือทำลายสิ้นทุกความพยายามที่ผ่านมา ต้องเริ่มปีนป่ายใหม่ทั้งหมด
เว้นเสียแต่ว่าจะเกี่ยวข้องกับขีดจำกัด มิเช่นนั้นผู้ใดจะยินดีที่จะทำเรื่องเช่นนี้
ก็มีเพียงพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น!
ในใจลวี่หยางบ่นพึมพำพระผู้เป็นเจ้ามักแทรกแซงโลกมนุษย์อยู่บ่อยครั้ง มองอีกด้านหนึ่งก็บ่งบอกได้ว่าพระองค์มิได้ปีนป่ายไปไกลเท่าเหล่าจ้าววิถีคนอื่น!
ทำได้เพียงรังแกพวกเราผู้บำเพ็