กตอนนี้ยังไม่กินของที่หามาได้ ก็สามารถนำไปตากแห้งทำเป็นเสบียงสำรอง หรือนำไปขายในตลาดเพื่อแลกเป็นเงิน เช่นนั้นก็รู้สึกภูมิใจในตนเองเช่นกัน
สรุปได้ว่านางยังคงลุ่มหลงไปกับการหาของทะเล
ผ่านไปอีกไม่กี่วันก็เป็นวันลี่ชิวแล้ว
ดวงตะวันยามเที่ยงสาดแสงแรงกล้า ยอดมะพร้าวเขียวชอุ่มทอดเงาลงบนผืนทรายเป็นหย่อมเล็กๆ
“แม่นางสามสีโตขึ้นอีกหนึ่งปีแล้ว ยินดีด้วยนะ”
“อืม…”
“เมื่อเช้านี้ข้านำเรือไม้ไปขายที่ตลาดเรือมาแล้ว แม่นางสามสีลองทายดูสิว่าขายได้เงินเท่าใด”
“เท่าไหร่หรือ”
“ลองทายดู”
“หนึ่งร้อยเหลี่ยง!”
“…”
ซ่งโหยวพยายามกอบทรายขึ้นมาฝังกลบร่างของแมวสามสีพลางเอ่ยว่า “ทายใหม่สิ”
“แล้วเท่าไหร่กันเล่า”
“สามเหลี่ยงหกเหวิน”
“สามเหลี่ยงหกเหวิน”
“ถูกต้อง สามเหลี่ยงหกเหวินเหมือนเดิม”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรา…”
เจ้าแมวนอนหงายแน่นิ่งอยู่ในหลุมทราย ปล่อยให้ทรายกลบมาถึงหน้าท้องโดยไม่ขัดขืน นางก้มมองทรายที่พูนขึ้นมาด้วยสายตาฉงนใจอยู่บ้าง แต่เรื่องตรงหน้านั้นน่าฉงนยิ่งกว่า นางจึงเลิกสนใจทรายบวนตัวแล้วหันไปจ้องหน้าเขาต่อ “เช่นนั้นเงินของพวกเราก็ไม่ได้หายไปเลยน่ะสิ”
“หมายความว่าออกเรือครั้งนี้ไม่ต้องเสียเงินเลยสักแดง”
“ถูกต้อง ถูกต้อง! ข้าหมายถึงแบบนั้นแหละ!”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น”
“แล้วเจ้าจะฝังแม่นางสามสีทำไมกัน”
“…”
ซ่งโหยวโรยทรายกำสุดท้ายทับลงบนตัวแมวสามสี ยามนี้ร่างของนางถูกฝังจนเหลือเพียงศีรษะที่โผล่ออกมา เขาขยับเข้าไป