ามคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัวไปมา แล้วก้มลงคาบธงสั่งการผืนเล็ก เรียกหมาป่าเหล่านั้นกลับมา
“แม่นางสามสีเห็นด้วยกับเจ้า…”
เจ้าแมวคาบธงกลับมา ก่อนจะตะกุยขาของนักพรต แล้วยืนสองขาชูธงขึ้นเป็นเชิงบอกให้เขาเก็บธงลงในย่าม
“แม่นางสามสีรู้เหตุผลดี”
“รู้เหตุผล~”
หนึ่งคน หนึ่งแมว หนึ่งม้า พากันมุ่งหน้าไปยังชายหาด
ขณะเดินนักพรตก็พูดกับเจ้าม้าไปด้วย “เจ้าต้องติดนิสัยมาจากแม่นางสามสีแน่ๆ…”
“เมี๊ยว”
“เปล่า ไม่มีอะไร”
“เมี๊ยว”
“ข้ากำลังคิดว่าพวกเราจะออกเดินทางกันเมื่อใด ยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันลี่ชิว บางทีอาจจะพำนักอยู่ที่นี่ต่อจนกว่าจะถึงวันลี่ชิว จากนั้นค่อยออกเดินทาง แม่นางสามสีจะได้เที่ยวเล่น… ได้หาอาหารเพิ่มอีกสักหน่อย และถือโอกาสนี้ขายเรือทิ้งเสียด้วย”
“จริงด้วย!”
หัวข้อสนทนาถูกเบี่ยงเบนไปทันที
หลังจากนั้นอีกหลายวัน แม่นางสามสียังคงหาของทะเลต่อไปอย่างรื่นรมย์ นางมักจะพานกนางแอ่นและเจ้าม้าไปด้วยกัน เดินเลาะไปตามชายหาดไกลนับสิบลี้
ตอนอยู่ที่อาณาจักรคนแคระนางก็ออกไปหาของทะเลเช่นกัน
ทว่าเมื่อเทียบกันแล้ว ยามนี้กลับไม่มีคนแคระคอยทำท่าทีแตกตื่นยามเห็นปลาตัวน้อยว่ายมาใกล้ หรือต้องระดมพลสวมเกราะถืออาวุธมายามเจอปูก้ามโต้ และต้องใช้พลั่วขุดดินขุดหาหอยงวงช้างอย่างยากลำบาก… ยามนั้นแม่นางสามสีได้รับคำชื่นชมและเสียงโห่ร้องยินดีมากมายจากพวกเขา บัดนี้ความรื่นเริงนั้นกลับหายไป ทว่าในอีกแง่หนึ่ง หา