สบตากับนางไปพลาง
“มนุษย์ย่อมต้องไล่แมวเป็นธรรมดา แมวเองย่อมต้องถูกมนุษย์ไล่เป็นธรรมดา และอีกอย่าง คนที่ถูกไล่คือแม่นางสามสี แม่นางสามสีไม่ถือสาหาความกับพวกเขาหรอก”
แม้เจ้าแมวจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ขาดตอนและกระท่อนกระแท่น แต่ซ่งโหยวก็รับรู้ได้ถึงความหมายของนาง
ไม่รู้ด้วยเหตุใด ในหัวของเขาพลันนึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเจ็ดแปดปีก่อน ตอนเพิ่งเดินทางออกจากอี้ตูมาได้ไม่นาน คืนหนึ่งที่พวกเขาพักแรมอยู่บนภูเขา ครานั้นเจ้าแมวสามสีก็นอนซุกตัวอิงแอบอยู่ข้างเจ้าม้า แล้วผล็อยหลับไปพร้อมกัน…
ตอนนั้น แมวสามสีไม่ค่อยมานอนกับนักพรตสักเท่าไร
ส่วนใหญ่แล้ว นางมักจะนอนเบียดเสียดอยู่ข้างกายเจ้าม้าเสมอ
“แม่นางสามสีมีจิตใจลึกซึ้งนัก” นักพรตหนุ่มกล่าวทั้งรอยยิ้ม “ทว่าคนเหล่านั้นหาได้รู้ไม่ว่าม้าของพวกเราเก่งกาจถึงเพียงนี้ พวกเขาเพียงคิดว่าเป็นม้าไร้เจ้าของธรรมดา ก็เหมือนกับที่แม่นางสามสีเห็นกุ้งหอยปูปลาบนชายหาดแล้วอยากเก็บกลับไปนั่นแล พวกเขาก็เพียงอยากพาม้ากลับบ้าน เจตนาเดิมแท้จริงไม่ได้เลวร้าย การที่แม่นางสามสีเห็นความรู้สึกของม้าสำคัญกว่าตนเอง ยอมออกหน้าทวงความยุติธรรมในเรื่องที่ตนเองไม่ได้ติดใจถือสา นับเป็นเรื่องที่น่าเลื่อมใสยิ่งนัก ทว่าในเรื่องนี้… เจ้าสามารถมอบความเมตตานั้นให้แก่คนกลุ่มนี้ได้เช่นกัน”
“ฟืด…”
เจ้าม้าพ่นลมหายใจออกทางจมูก คล้ายจะขานรับคำพูดนั้น
“?”
เจ้าแมวมองนักพรตสลับกับเจ้าม้า นางใช้คว