ไม่ถูก
แม้ภาษาที่ใช้จะสื่อสารกับซ่งโหยวไม่ได้ แต่เพียงเห็นภาพนี้พวกเขาก็รู้แจ้งแล้วว่า ม้าขนแดงตัวนี้มีเจ้าของแล้ว ไม่ใช่ม้าป่าไร้เจ้านายและไม่ได้พลัดหลงมา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนดุร้ายป่าเถื่อน พวกเขาจึงยอมถอยไปพร้อมกับส่งเสียงบ่นพึมพำไม่ขาดสาย
ซ่งโหยวยังคงลูบคอเจ้าม้าพลางเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “ดูท่าตลอดช่วงเวลาที่เจ้าอยู่ที่นี่ ชีวิตจะไม่ได้จืดชืดไปกว่าพวกข้าที่ออกทะเลไปเลยนะ”
“ฟืด…”
ม้าสีพุทราเพียงพ่นลมหายใจออกจากจมูก
ในยามนั้น น้ำหนักที่กดทับย่ามพลันเบาลง แมวสามสีกระโดดลงสู่พื้น ในปากยังคาบธงผืนเล็กมาด้วย
ควันดำหลายสายพวยพุ่งลงสู่พื้นดิน กลายร่างเป็นหมาป่าตัวใหญ่
“แม่นางสามสีคิดจะทำสิ่งใด”
“คนกลุ่มนี้ไล่กวดเจ้าม้าของแม่นางสามสีจนมันต้องวิ่งวุ่นไปทั่วทั้งภูเขา ช่างน่าแค้นใจนัก แม่นางสามสีจะสั่งให้หมาป่าพวกนี้ไล่กวดพวกเขาคืนบ้างสักรอบ” เจ้าแมววางธงสั่งการลงก่อนเอ่ยเสียงเข้ม
ในเวลาเดียวกัน หมาป่าหลายตัวก็พุ่งทะยานออกไปทันที
ตามมาด้วยเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจกลัวของพวกชาวพื้นเมือง
ท่ามกลางป่าเขาจึงมีเสียงวิ่งไล่กวดกันดังขึ้นอีกครั้ง
ซ่งโหยวไม่ได้ห้ามปราม เพียงถามด้วยความสงสัยว่า “แม่นางสามสีเองก็มักถูกผู้คนขับไล่อยู่บ่อยครั้ง เหตุใดจึงไม่เห็นแม่นางสามสีทำเช่นนี้บ้างเล่า”
“นั่นไม่เหมือนกัน!”
เจ้าแมวหันขวับมามองพลางแหงนหน้าจ้องเขาตาเขม็ง
“ไม่เหมือนกันอย่างไร”
นักพรตหนุ่มลูบคอม้าไปพลาง