นางก็อดไม่ได้ที่จะแหงนหน้ามองฟ้า จ้องมองเจ้านกนางนวลที่บินวนเวียนอยู่นานแสนนานตัวนั้น ดูแล้วคงมีเจตนาร้ายเป็นแน่
“มองทรายน่ะ”
“มีอะไรน่ามองกัน”
“งดงามนัก”
“ทรายก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
“นั่นสินะ…”
ซ่งโหยวอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม รู้สึกเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์ยิ่ง
ครั้นลองเปลี่ยนมุมมองยามทอดมองผืนทรายธรรมดาที่ดูไม่สะดุดตานักสักครา กลับเห็นเป็นเศษหินรูปร่างประหลาดและอัญมณีเลอค่าไปเสียหมด
“ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรคนแคระ”
เมื่อซ่งโหยวเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าสุนัขขาวรอเขาอยู่เบื้องหน้าแล้ว มันเอียงคอมองเขาพลางเอ่ยขึ้น
“ตามข้ามาเถิด”
“ขอบคุณมาก”
ซ่งโหยวเทเศษทรายในมือลงพื้น เขาพบว่าตนเองได้ยินเสียงเม็ดทรายกระทบพื้นดิน จึงเผลอแย้มยิ้มขึ้นอีกครา ก่อนจะใช้ไม้เท้าค้ำยันเดินไปข้างหน้า
เจ้าแมวก็เดินตามหลังมาอย่างไม่รีบร้อน
ฟึ่บ!
นกนางนวลบนท้องฟ้าพุ่งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
เจ้าแมวที่เดิมทีทิ้งระยะห่างจากนักพรตอยู่ช่วงหนึ่ง นางพลันเร่งความเร็วพุ่งทะยานออกไป และกระโดดขึ้นสุดตัวในชั่วพริบตา ราวกับคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าและเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว
ทักษะการล่าของแม่นางสามสีนั้นเชี่ยวชาญเพียงใด
นกนางนวลยังไม่ทันได้แตะต้องตัวซ่งโหยว กระทั่งยังอยู่สูงจากพื้นดินหลายฉื่อ ไม่ทันได้หักหลบ ก็ถูกเจ้าแมวตะปบไว้ได้ในคราเดียว ก่อนจะกดร่างมันลงกับพื้นทราย
พึ่บพั่บ พึ่บพั่บ…
นกนางนวลยังคงกระพือปีกดิ้นรน ทว่าลำคอของมันถูกแม่