ัยอาวรณ์ใบหญ้า จึงถ่วงให้ปลายหญ้าโค้งงอลงมาแทน
ซ่งโหยวจดจ้องหยาดน้ำนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย
ยามปกติย่อมไม่อาจเห็นหยาดน้ำค้างที่ใหญ่โตเพียงนี้ มันดูเหมือนลูกแก้วคริสตัลที่โปร่งแสงจนมองทะลุเห็นเงาสะท้อนของซ่งโหยวได้อย่างลางๆ มองเห็นได้ชัดแจ้งกระทั่งแมลงตัวจ้อยที่แหวกว่ายอยู่ข้างใน
“ท่านเซียน…”
“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
ซ่งโหยวละสายตาจากหยาดน้ำค้างแล้วหมุนตัวเดินต่อ เบื้องหน้ามีร่องน้ำขวางทางอยู่ ทั้งแมวและสุนัขต่างกระโดดข้ามไปได้อย่างง่ายดาย ส่วนซ่งโหยวกลับใช้เศษกิ่งไม้เล็กๆ พาดเป็นสะพานข้ามไป
โลกใบนี้ดูช่างมหัศจรรย์และน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก นี่คือมุมมองใหม่โดยแท้จริง
ซ่งโหยวเดินมาถึงตรงนี้ก็แน่ใจได้ทันทีว่า ต่อให้การเดินทางครั้งนี้จะไม่พบดินทิศบูรพา แต่สิ่งที่เขาได้รับรู้และพานพบมาทั้งหมดนี้ก็นับว่าคุ้มค่าเกินพอแล้ว
“ก่อนหน้านี้ได้ยินท่านไป๋กล่าวว่า ท่านมาที่นี่เพื่อตามหาของวิเศษแห่งใต้หล้า ซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้คนในอาณาจักรคนแคระต้องตัวเล็กลงเช่นนี้” ใต้เท้าเวินเอ่ยถามซ่งโหยวอย่างระมัดระวังขณะเดินเคียงข้างโดยมีขุนพลคอยอารักขา “ท่านมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า วิชาอาคมสูงส่ง หากจะนำของวิเศษนั้นกลับไป พวกเราย่อมไม่อาจขัดขวางได้ เพียงแต่หากนำของสิ่งนั้นไปแล้ว อาณาจักรของเราจะเป็นอย่างไรต่อไปหรือ”
“…”
ซ่งโหยวที่กำลังก้มมองแมลงยักษ์ริมทางถึงกับต้องละสายตากลับมามองขุนนางที่เดินอยู่เบื้องหน้า
“เหตุที่คนในอาณาจัก