ีเอ่ยเสียงเบาแผ่วเบา พลางก้มหัวคำนับตาม
“ท่านทั้งสองเดินทางมาไกลนับเป็นแขกผู้มีเกียรติ พวกเราได้เตรียมการต้อนรับชุดใหญ่ไว้ให้พวกท่านแล้ว”
“ได้ยินว่าเดิมทีผู้คนในอาณาจักนคนแคระก็เป็นชาวต้าเยี่ยนหรือ”
“ส่วนใหญ่ล้วนมาจากต้าเยี่ยน บ้างลี้ภัยสงคราม บ้างหนีภัยแล้ง หรือบ้างก็พลัดหลงมาถึงที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจ”
“เช่นนั้นพวกเราก็นับเป็นคนบ้านเดียวกัน”
“เช่นนั้น ยิ่งสมควรต้อนรับท่านให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”
“ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนทุกท่านแล้ว”
“เชิญด้านนี้ขอรับ”
“ได้เลย…”
ซ่งโหยวเดินตามพวกเขาไปพลางลอบสังเกตสิ่งรอบตัวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ดูเผินๆ คล้ายกับว่าโลกใบเดิมไม่ได้มีสิ่งใดเปลี่ยนไป มีเพียงตัวเขาที่เล็กลงเท่านั้น ทว่าในความเป็นจริง ทุกสิ่งรอบกายกลับแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ยอดหญ้าที่เดิมทีสูงเพียงข้อเท้า ยามนี้กลับสูงเท่าตัวคน กลายเป็นพงไพรที่บดบังทัศนียภาพจนมิด หญ้ารกที่เคยสูงเพียงเข่า บัดนี้กลายเป็นป่าทึบหนาแน่น
นี่ไม่ใช่เพียงเพราะมุมมองสายตาที่ต่ำลงเท่านั้น แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงองศาและสัดส่วนของโลกทั้งใบไปโดยสิ้นเชิง
ดั่งเช่นหาดทรายแสนงาม ทรายทุกเม็ดล้วนดูวิเศษเลอค่า หรือดั่งเช่นพงหญ้าแห่งนี้…
ซ่งโหยวหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้าต้นหญ้าต้นหนึ่ง
ยามนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ ยอดหญ้ายังคงประดับด้วยหยาดน้ำค้าง ยอดสีเขียวขจีเรียวบางโค้งโน้มลงมา ตรงปลายมีหยาดน้ำใสบริสุทธิ์เกาะอยู่คล้ายจะหยดร่วงลงมาแต่ก็ยังอาล