าไป ท่านอาจจะรู้สึกขำ”
“เรื่องใดหรือ”
“นกทะเลดุร้ายพวกนี้ แท้จริงแล้วล้วนมีฉายา เจ้านกตัวนี้ดูเหมือนจะชื่อว่า ‘จอมมารทะยานฟ้า’ บัดนี้จอมมารผู้นี้กลับต้องมาสิ้นชีพภายใต้กรงเล็บเทพของแม่นางสามสีเสียแล้ว”
“ฮ่าๆ…”
ช่างน่าขันจริงๆ
ส่วนแม่นางสามสีกลับเผยสีหน้าแปลกประหลาดขึ้นมาอีกครา
หาดทรายที่เดิมทีใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็เดินพ้นไปได้ ยามนี้กลับเดินช้าลงกว่าสิบเท่า เดิมทีแม่นางสามสีต้องซอยเท้าอย่างรวดเร็วจึงจะตามนักพรตทัน ทว่ายามนี้นางกลับต้องหยุดรอเขา ผ่านไปครู่ใหญ่ หนึ่งคนหนึ่งแมวหนึ่งสุนัขจึงเดินพ้นหาดทราย เข้าสู่เขตชายป่า
ในป่ามีทางเดินสายเล็กๆ ดูคล้ายกับทางเดินของหนู
มีบุรุษร่างจิ๋วสองสามคนสวมชุดขุนนางยืนรออยู่ที่นั่น เมื่อเห็นแมวสามสีที่เดินตามหลังนักพรตมา ต่างก็พากันตื่นตระหนก
สุนัขขาวรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปอธิบาย
หลังจากอธิบายจบ พวกเขาจึงวางใจลงได้บ้าง ก่อนจะค้อมกายคำนับนักพรตและแมวสามสีที่กำลังเบิกตามองพวกเขาเขม็ง
“คารวะคุณชายซ่ง คารวะแม่นางสามสี”
“ท่านผู้นี้คือซื่อหลางกรมโยธา ใต้เท้าเวิน ส่วนท่านนี้คือหัวหน้าผู้ตรวจการ ใต้เท้าเหยียน และท่านนี้คือ…” สุนัขขาวค่อยๆ ยกอุ้งเท้าขึ้นชี้ไปยังขุนนางแต่ละท่านเพื่อแนะนำทีละคน “ส่วนเรื่องของคุณชายซ่งและแม่นางสามสี ข้าได้แนะนำให้พวกท่านทั้งหลายทราบก่อนหน้านี้แล้ว”
“คารวะใต้เท้า”
ซ่งโหยวประสานมือคารวะพวกเขาในระดับสายตา
“คารวะใต้เท้า~”
แม่นางสามส