บ้าง”
“อยู่ในยุคสมัยที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด”
“พวกเราเองก็พอจะได้ยินมาบ้าง…”
ขุนนางผู้นี้ดูท่าทางจะปักใจเชื่อและเริ่มหวั่นไหวเสียแล้ว
ซ่งโหยวหาได้รู้สึกแปลกใจไม่
ในยุคสมัยนี้ ต้าเยี่ยนเปรียบเสมือนศูนย์กลางของใต้หล้า เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางจากแว่นแคว้นน้อยใหญ่ต่างปรารถนาจะเดินทางไปเยือนต้าเยี่ยนและหยั่งรากฝังตัวอยู่ในนครฉางจิง อารยธรรมที่รุ่งเรืองย่อมเป็นสิ่งที่มวลมนุษย์ส่วนใหญ่ถวิลหาโดยสัญชาตญาณ
ซ่งโหยวเพียงนิ่งรอให้พวกเขาค่อยๆ ไตร่ตรอง
ระหว่างที่เดินทางมุ่งหน้าต่อไป ขุนนางฝ่ายบู๊ได้นำหยาดน้ำค้างจากยอดหญ้ามาถวายให้ดื่มกิน อีกทั้งยังมีผู้ติดตามไปตักน้ำผึ้งหวานล้ำจากเกสรดอกไม้มาให้ลิ้มรส หากระหว่างทางรู้สึกหิว ผลไม้ป่าเพียงผลเดียว ก็พอจะช่วยประทังความหิวให้หลายคนได้
ภายหลัง สุนัขขาวจึงให้พวกเขาขึ้นขี่หลังเพื่อความรวดเร็ว
พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ใจกลางอาณาจักรคนแคระอย่างช้าๆ