งเคราะห์ร้ายพลัดหลงมาถึงที่นี่”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง”
ซ่งโหยวพยักหน้าเข้าใจ
ส่วนใหญ่น่าจะเป็นพ่อค้าหรือคณะทูตในยุคสมัยใดสมัยหนึ่ง นำพวกมันออกเดินทางเพื่อไปขายหรือมอบเป็นของขวัญให้แก่ชาวต่างชาติ
จากนั้นพวกเขาก็สนทนากันต่อ
ซ่งโหยวได้ทราบว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อนก็มีเรือของชาวต้าเยี่ยนพลัดหลงมาที่นี่เช่นกัน และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากอาณาจักรวิฬารก่อนจะส่งตัวกลับไป ยามจากไปพวกแมวยังเตรียมเสบียงกรังให้อย่างอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นการตอบแทน ชาวต้าเยี่ยนเหล่านั้นจึงได้ช่วยสร้างวังหลวงหลังนี้ให้ และสอนพวกลิงในอาณาจักรวานรให้รู้จักการก่อไฟ ทุกวันนี้ไฟของอาณาจักรวิฬารก็ได้มาจากการแลกเปลี่ยนกับอาณาจักรวานรนั่นเอง
เวลาผ่านไป เหล่าขุนนางทั่วทั้งท้องพระโรงต่างอิ่มหนำสำราญ
โดยเฉพาะแม่ทัพหวงจ้วงที่เพิ่งกลับมาจากชายแดนสันทรายนั้นกินได้เอร็ดอร่อยที่สุด น้ำขุ่นในหอยสังข์ถูกเติมแล้วเติมอีก
แม้แต่แม่นางสามสีเองก็กินอย่างพึงพอใจยิ่ง
จะมีก็แต่ซ่งโหยวที่แทบไม่แตะต้องอาหารตรงหน้าเลย
“?”
แม่นางสามสีชะงักไปครู่หนึ่ง จ้องมองเขาอย่างงงๆ
ยังดีที่นางเข้าใจความหมายได้ในทันที
นางจึงส่ายหัวไปมาพลางคลานเข้ามางับหนูดิบบนใบตองเบื้องหน้าเขา แล้วจึงคลานกลับไปยังที่เดิม
แม่นางสามสีในยามนี้ ช่างดูสง่างามราวกับเทพเซียนลงมาจุติก็ไม่ปาน
ส่วนปลาเผาและกุ้ง ซ่งโหยวพอลองชิมดูบ้าง แม้จะย่างจนสุกและไม่มีกลิ่นคาวมากนัก แต่ก็ไร้รสชา