ญพลัดหลงมากลางทะเล ก็นับว่าเป็นคนบ้านเกิดเดียวกับท่านซ่งและแม่นางสามสี ข้าเองก็ชื่นชมในวัฒนธรรมของแดนสวรรค์มาโดยตลอด” ฝ่าบาทกล่าวพลางหันมาจ้องเขม็งที่ซ่งโหยว “ได้ยินว่าแดนสวรรค์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล ไร้ขอบเขต กว้างกว่าผืนดินแห่งนี้หลายสิบหลายร้อยเท่านัก เป็นความจริงหรือไม่”
สิ้นคำ เหล่าขุนนางต่างพากันจ้องมองซ่งโหยวเป็นสายตาเดียวกัน
“เหมียว…”
เหล่าแมวสบตากันไปมาด้วยความตกใจ
ใต้หล้าแห่งนั้นจะกว้างใหญ่เพียงใดกัน
ฝ่ายแม่นางสามสียิ่งมึนงงหนัก นางหันไปมองซ่งโหยวอีกครั้งด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พร้อมกับอ้าปากค้างเล็กน้อย
“แม่นางสามสีรีบกินเถิด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของชอบของเจ้า อย่าได้จ้องข้าด้วยสายตาแบบนี้เลย” ซ่งโหยวนั้นไม่มีเจตนาดูแคลนอาณาจักรวิฬารแม้แต่น้อย เพียงแต่รู้สึกว่ามันช่างน่าขันและมหัศจรรย์ยิ่ง ทว่าสายตาที่แม่นางสามสีส่งมามักจะทำให้เขาอยากหัวเราะออกมา ซึ่งนั่นเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก เขาจึงรีบหันหน้าไปอีกทาง แล้วเอ่ยถามแมวลายเปรอะว่า “ที่นี่ห่างไกลจากต้าเยี่ยนนัก แมวในแผ่นดินต้าเยี่ยนแม้จะว่ายน้ำเป็น แต่ในสิบตัวนั้นก็มีสักเก้าตัวที่ไม่ชอบน้ำ ทะเลกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ ไม่ทราบว่าบรรพบุรุษอาณาจักรวิฬารมาถึงที่นี่ได้อย่างไร”
“เล่ากันว่าโพ้นทะเลยังมีเมืองมนุษย์อีกแห่งหนึ่งที่รักแมวดั่งชีวิต บรรพบุรุษของข้าจึงติดตามคนจากแดนสวรรค์ออกทะเลเพื่อไปเยือนเมืองนั้น ทว่าคลื่นลมในทะเลรุนแรงเกินไป จึ