วกับเจ้าเมือง
“หืม”
แมวเหล่านั้นพากันหันขวับมามองเขาด้วยความฉงน
“ฮ่าๆ…”
แมวลายเปรอะได้ยินดังนั้นกลับแหงนหน้าหัวเราะร่า เสียงของมันเหมือนกับตอนที่แม่นางสามสีเริ่มพูดใหม่ๆ เนื่องจากเส้นเสียงและน้ำเสียงเดิมทีก็ต่างจากมนุษย์ จึงแยกแยะชายหญิงได้ยาก แต่น้ำเสียงนี้ค่อนไปทางสตรี ก่อนกล่าวอย่างร่าเริงว่า “ดูท่าท่านซ่งจะมีส่วนที่คล้ายกับข้าอยู่บ้าง ยามข้ายังเยาว์ยังพอลงทะเลไปจับปลาออกศึกได้บ้าง พออายุมากขึ้นกำลังกายก็ไม่ไหวเสียแล้ว หากต้องลอยคออยู่ในทะเลสักครึ่งวันคงได้อาเจียนไม่หยุดแน่ ถ้าไม่ใช่เพราะหลังจากกลับมาแล้วจะไม่อยากอาหารไปสามห้าวัน ทุกครั้งก่อนที่ข้าจะต้องขย้อนก้อนขนออกมา คงต้องไปแช่อยู่ในทะเลสักสองวันเป็นแน่…”
สิ้นคำกล่าว เหล่าขุนนางทั่วทั้งท้องพระโรงต่างพากันระเบิดเสียงหัวเราะ
ซ่งโหยวสบตากับแม่นางสามสี เห็นแววตาของนางที่ดูทำตัวไม่ถูก เขาจึงหัวเราะตามไปด้วย
เมื่อเห็นเช่นนั้น แม่นางสามสีก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่
“ฝ่าบาทช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก”
ซ่งโหยวเอ่ยชมพลางลอบสังเกตพวกมัน
ในยามนี้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงในวังย่อมมีฐานะไม่ธรรมดา แมวเหล่านี้ล้วนพูดได้ แสดงว่าบรรลุเป็นภูตแล้ว เพียงแต่ต่างก็ไม่มีตบะแก่กล้า ดูเหมือนจะไม่ได้บำเพ็ญตบะด้วยตนเอง
คงเป็นเพราะอิทธิพลจากพลังวิญญาณมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้เป็นแน่
“จะว่าไปบรรพบุรุษแห่งอาณาจักรวิฬารของข้าเดิมทีก็มาจากแดนสวรรค์ บังเอิ