ด้แล้ว”
สิ้นคำกล่าวเขาก็ประสานมือคารวะ แล้วมุ่งหน้าล่องเรือไปทางทิศตะวันออก
เพียงเอ่ยคำขาน ฟ้าดินพลันพลิกผัน
ทันใดพลันนั้นก็เกิดสายลมพัดผ่านท้องทะเล ผิวน้ำกระเพื่อมไหว หมอกเคลื่อนคล้อยไปตามลม เผยให้เห็นละอองน้ำนับไม่ถ้วนลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เพียงพริบตาเดียวม่านหมอกก็มลายหายไปสิ้น
สภาพอากาศกลางทะเลมักเป็นเช่นนี้ เปลี่ยนแปลงรวดเร็วราวกับพลิกหน้าตำรา
ท้องทะเลสงบนิ่งตลอดทั้งวัน สงบเสียจนดูเหมือนพายุคลั่งเมื่อคืนมิเคยเกิดขึ้นมาก่อน และหาได้หลงเหลือร่องรอยใดๆ ไว้ไม่ บางทีนี่อาจเป็นความโอบอ้อมอารีประการหนึ่งของมหาสมุทร
ทว่าจนกระทั่งความมืดเข้าปกคลุม เจ้านกนางแอ่นที่บินกลับมาจากทิศตรงข้ามกับตะวันตกดินก็รายงานว่า ตนนั้นบินไปทางทิศตะวันออกหลายสิบลี้และวนเวียนดูรอบๆ จนทั่วแล้ว แต่กลับไม่พบร่องรอยของอาณาจักรสัตว์ร้ายเลยแม้แต่น้อย ไม่เห็นแม้กระทั่งเกาะที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับอาณาจักรยักษา ซ่งโหยวจึงเพิ่งได้สติว่า ‘ใช้เวลาพายเรือหนึ่งวัน’ ของเผ่ายักษาอาจจะแตกต่างจากของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง และด้วยความเนิบนาบของเขาเช่นนี้ ต่อให้พายไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ก็ใช่ว่าจะถึง
ซ่งโหยววางไม้พายลงทันที
ไม่พายแล้ว
ผิวน้ำยามโพล้เพล้มีเพียงระลอกคลื่นสายเล็กๆ อาทิตย์อัสดงแขวนอยู่ริมขอบฟ้า สะท้อนแสงระยิบระยับลงบนผิวน้ำ รอบด้านว่างเปล่าไร้สิ่งใด ไม่เห็นทั้งแผ่นดินหรือเกาะแก่ง มีเพียงเรือน้อยที่ลอยเคว้งอยู่กลางสมุทรอย่