างโดดเดี่ยวทว่าอิสระยิ่งนัก
นักพรตหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนโอบลูกมะพร้าวไว้ในอ้อมแขน
เด็กหญิงตัวน้อยกำลังถือเบ็ดตกปลาอยู่บนเรือ
บางทีอาจเป็นเพราะทะเลแถบนี้เงียบสงบเกินไปจนไม่มีแม้กระทั่งปลา หรืออาจเป็นเพราะเด็กหญิงตกปลามาหลายวันจนก้าวข้ามคำว่ามือใหม่หัดตกไปแล้ว ครั้งนี้นางรออยู่ตั้งนานแสนนานก็ไม่มีปลามาติดกับ
เด็กหญิงมีสมาธิจดจ่อยิ่งนัก ราวกับกำลังรอคอยเหยื่ออย่างใจเย็น
นักพรตหนุ่มเองก็ไม่ได้รีบร้อน เพียงเฝ้ามองตะวันตกดิน
ดวงตะวันค่อยๆ จมดิ่งลงใต้เส้นขอบฟ้า แสงสลัวที่ปลายฟ้าเป็นดั่งการดิ้นรนของยามตะวันฉาย เพียงชั่วครู่เดียว หมู่ดาวพราวแสงก็ขึ้นมายึดครองแผ่นฟ้า นี่คือม่านฟ้าสมบูรณ์แบบซึ่งหาดูบนแผ่นดินจงหยวนได้ยากยิ่งนัก ไร้ซึ่งรอยตำหนิ ไร้ม่านเมฆหรือขุนเขาบดบัง มีเพียงมวลหมู่ดาราที่ประดับประดาอยู่อย่างหนาตา ลึกลับและทรงพลังจนน่าตะลึงนัก
ทันใดนั้น เบื้องล่างกลับมีแสงสว่างวาบขึ้นมา
ซ่งโหยวละสายตาจากฟากฟ้า เห็นแม่นางสามสีตะกายอยู่ที่ขอบเรือ ชะโงกหน้าจ้องมองผิวน้ำตาไม่กะพริบ
ไม่รู้ว่าในทะเลมีแมงกะพรุนเรืองแสงมากมายปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อใด หรือบางทีพวกมันอาจอยู่ที่นี่มาตลอด เพียงแต่รอให้ดวงตะวันอำลาลับไปถึงค่อยเริ่มการแสดง พวกมันแหวกว่ายอย่างเนิบนาบอยู่ใต้น้ำทะเลใสกระจ่าง จำนวนของพวกมันมากมายมหาศาลราวกับกระจกเงาที่สะท้อนกับดวงดาวบนท้องฟ้า สาดแสงสว่างไปทั่วผืนน้ำแถบนี้
เด็กหญิงตัวน้อยตั้งใจมองอ