ยู่เช่นนั้นจนอดใจไม่ไหว นางยื่นมือลงไปกวาดผิวน้ำ สร้างระลอกคลื่นให้แผ่กระจายออกไป
ทว่าพวกแมงกะพรุนกลับไม่ได้ตื่นตกใจ ยังคงว่ายวนอย่างเกียจคร้าน
ชายกระโปรงสะบัดไหว หนวดสายระโยงระยางขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า
แต่แล้วซ่งโหยวก็สังเกตเห็นว่า ภายในถุงย่ามของเขามีแสงสีแดงส่องออกมาจางๆ
ครั้นหยิบออกมาดู
ก็พบว่ามันคือก้อนหินที่ยักษาตระเวนสมุทรมอบให้เมื่อเช้านี้ และเยี่ยซินหรงก็มอบให้ซ่งโหยวอีกที
ลักษณะภายนอกของหินก้อนนี้ไม่ต่างอะไรกับหินธรรมดาทั่วไปเลย มันมีสีเทาอมเหลือง ทว่าภายในนั้นเป็นผลึกสีแดง หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าช่างละม้ายคล้ายคลึงอัญมณีทับทิมส่องแสงสว่างจ้า ผิวหินปกคลุมด้วยชั้นหินสีเทาอมเหลืองบางเฉียบ แสงนั้นจึงดูสลัว มีเพียงจุดเล็กๆ จุดเดียวที่ไม่มีสิ่งใดปกคลุม แสงจากก้อนหินจึงสาดทะลุออกมาได้
“หากตบเบาๆ ลำแสงจะรวมตัว…”
ซ่งโหยวนึกถึงคำพูดของเยี่ยซินหรง
เขาจึงถือหินไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วใช้มืออีกข้างตบเบาๆ
แสงจากก้อนหินพลันสว่างจ้าขึ้นมาทันที มีลำแสงสาดส่องออกมาจากช่องว่างเล็กๆ ที่ไม่มีชั้นหินปกคลุมจริงๆ ก่อนจะตกกระทบลงบนผิวน้ำ เกิดเป็นลวดลายสีแดงฉาน
เขาใช้มือข้างหนึ่งฟาดลงบนผิวน้ำให้เกิดระลอกคลื่น
เหล่าแมงกะพรุนต่างตื่นตกใจ พากันว่ายหนีไปคนละทิศละทาง
“หือ”
แม่นางสามสีจ้องมองผิวน้ำด้วยความฉงน พร้อมกับพยายามมองดูรอบๆ ก่อนจะหันกลับมามองนักพรต และในที่สุดนางก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
“นี