่คืออะไรหรือ”
“หินน่ะ”
เด็กหญิงตัวน้อยจ้องมองนักพรตหนุ่ม นักพรตหนุ่มก็จ้องมองนางกลับ
ครู่ต่อมา
บนเรือน้อยพลันปรากฏแสงสีแดงวูบวาบ เจ้าแมวสามสีก็กระโดดตะปบซ้ายทีขวาทีเพื่อไล่จับลำแสงนั้น ฉุดให้เรือลำน้อยโคลงเคลงไปมา มวลน้ำเบื้องล่างพลันเกิดรอยระลอกคลื่นต่อเนื่อง
เบื้องบนประดับด้วยแสงดาวระยิบระยับ เบื้องล่างก็อบอวลด้วยแสงสีน้ำเงินกระจ่างตาของท้องทะเล
การเดินทางผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน
เรือน้อยยังคงลอยลำอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางสมุทร ยามนี้ทั่วท้องทะเลไม่เห็นแม้กระทั่งนกทะเลสักตัว มีเพียงจุดดำเล็กๆ ที่บินมาจากแดนไกล กางปีกร่อนลงมาหยุดนิ่งอยู่บนกราบเรือ
“คุณชาย ยังไม่เจอเกาะเลยขอรับ” นกนางแอ่นเอ่ยรายงาน “ทว่าด้านหน้ามีเกาะเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง วัดจากทิศตะวันออกถึงตะวันตกยาวประมาณยี่สิบสามสิบลี้ จากทิศเหนือถึงใต้กว้างราวสิบกว่าลี้ ขนาดพอๆ กับหมู่บ้าน บนเกาะมีสัตว์บกอยู่มากมาย ไม่ทราบว่าพวกมันมาจากที่ใดกันขอรับ”
“สัตว์บกหรือ”
“มีทั้งแมว ทั้งสุนัข แล้วก็มีลิงด้วย ส่วนใหญ่กำลังหาของกินหรือไม่ก็นอนหลับอยู่ขอรับ” นกนางแอ่นเอ่ยด้วยท่าทางขัดเขิน “ข้าเองก็ไม่กล้าบินเข้าไปใกล้เกินไป”
“เช่นนั้นรึ…”
ซ่งโหยวเหลือบมองมะพร้าวลูกสุดท้ายบนเรือที่ถูกเจาะไว้แล้ว น้ำข้างในเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว เขาจึงกล่าวว่า “น้ำจืดและมะพร้าวที่เราเตรียมมาก็ใกล้จะหมดแล้ว เดิมทีก็ต้องหาที่พักเพื่อเติมเสบียงอยู่พอดี เช่นนั้นเราก็ข