ึ้นไปดูสักหน่อยเถิด”
“ข้าจะนำทางให้ขอรับ”
“รบกวนเจ้าแล้ว”
นกนางแอ่นบินนำทางอยู่เบื้องหน้า
เรือน้อยแล่นทวนแสงอาทิตย์อัสดง ลัดเลาะห่างออกไปเรื่อยๆ
เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นสู่สายตา
เจ้าแมวสามสีสบโอกาสก็กระโดดลงจากเรือทันที
ทว่าเมื่อซ่งโหยวลากเรือมาไว้ในตำแหน่งที่ห่างจากเกลียวคลื่นแล้ว หันกลับมามองอีกทีก็เห็นแม่นางสามสียืนนิ่งอยู่บนหาดทราย นางจ้องเขม็งไปยังพุ่มหญ้าเบื้องหน้าตาไม่กะพริบ
“เกิดอะไรขึ้นหรือ”
เจ้าแมวสามสีจึงค่อยหันหน้ากลับมามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหันกลับไปจ้องพุ่มหญ้านั้นต่อ
ซ่งโหยวทอดสายตามองตามไป
ตรงนั้นมีพุ่มหญ้ารกชัฏ ทว่าหากสังเกตดีๆ จะเห็นดวงตาคู่หนึ่งซ่อนอยู่ คอยลอบมองแม่นางสามสีอยู่อย่างเงียบเชียบ
ดูเหมือนจะเป็นแมวเช่นกัน
เมี๊ยววว!
พลันมีเสียงขู่ต่ำดังออกมาจากพุ่มหญ้า
สวบสาบ…
พุ่มหญ้าและกิ่งไม้ในบริเวณใกล้เคียงเริ่มสั่นไหวรุนแรง และขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับมีบางสิ่งจำนวนมากกำลังมุ่งตรงมายังที่นี่ เพียงครู่เดียว แมวหลากสีหลากขนาดก็นับไม่ถ้วนก็กระโจนออกมาจากพุ่มหญ้า ล้อมรอบซ่งโหยวเอาไว้ พวกมันต่างโก่งหลังจนขนลุกชันและจ้องมองเขาเขม็งด้วยท่าทางระแวดระวัง
“หือ”
ซ่งโหยวอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับพวกมันครู่ใหญ่ ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างสุภาพ “ทุกท่านโปรดอย่าได้ตื่นตระหนก ข้าแซ่ซ่ง นามโหยว เป็นนักพรตจากต้าเยี่ยน ล่องเรือมาถึงที่นี่เพราะน้ำจืดและมะพร้าวหมด จึงอยา