เช่นนั้นเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นได้ขอรับ”
“หมายความว่าเมื่อก่อนคนนอกขึ้นไปบนอาณาจักรยักษาได้หรือ”
“ข้าจะนำทางท่านไปเอง” เยี่ยซินหรงลุกขึ้นยืนทันที “พร้อมกับเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ท่านฟังด้วย”
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนเวลาพวกท่านสักครึ่งวันแล้ว” ซ่งโหยวหันไปมองหมอกหนาด้านนอก “วันนี้หมอกลงจัด คิดว่าเถ้าแก่คงยังไม่ถอนสมอออกเรือในเร็วๆ นี้แน่ ข้าไม่อยากรบกวนเวลาของเถ้าแก่นานนัก จะรีบพาท่านเยี่ยกลับมาส่งที่เรือในช่วงเที่ยงที่หมอกเริ่มจาง”
“คุณชายพูดอะไรอย่างนั้นเล่า ทำตัวตามสบายเถิด” เถ้าแก่เจี่ยรีบประสานมือ “อย่างไรเสียพวกเราก็พักอยู่ที่อาณาจักรแขนยาวมาตั้งครึ่งปีแล้ว ไม่รีบร้อนหรอก หากคุณชายจะให้ท่านเยี่ยตามไปสักระยะ พวกเราก็จะรออยู่ที่นี่จนกว่าท่านเยี่ยและคุณชายจะกลับมา”
“ไปกันเถิด”
ซ่งโหยวคำนับลา แล้วเดินนำออกไปด้านนอก
โดยมีเจ้าแมวสามสีวิ่งตามไปติดๆ
ทายาทยักษาร่างกำยำเดินตามหลังมา พร้อมกับกำชับลูกน้องให้นำลูกหมูตัวหนึ่งติดไปด้วย
ครู่ต่อมา
คนสองคน แมวหนึ่งตัว และลูกหมูอีกหนึ่งตัวก็กลับลงมาอยู่บนเรือลำน้อย โดยมีนกนางแอ่นบินตามมาด้วย
เยี่ยซินหรงรับหน้าที่พายเรืออย่างขยันขันแข็ง เขาพายเรือน้อยฝ่าม่านหมอกหนา แหวกผ่านผิวน้ำที่เรียบดุจกระจก มุ่งหน้าไปยังเกาะยักษา ท่ามกลางสายตาของกลุ่มคนที่เฝ้ามองลงมาจากเรือสำเภา
“ต้าเยี่ยนมีตำนานเกี่ยวกับเผ่ายักษามานานแล้ว ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะมีคนเคยพบเจอยักษากลา