หลังพวกเขาพบว่าหากอัญมณีชนิดนี้ถูกนำออกจากอาณาจักรยักษาไป ก็จะมีใช้งานได้เพียงครึ่งปีแล้วจึงเสื่อมลง ประกอบกับอาณาจักรยักษานั้นหายากยิ่งนัก พ่อค้าที่ออกตามหาจึงค่อยๆ ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาขอรับ”
“แล้วตัวท่านเล่า เคยมาที่นี่กี่ครั้งแล้ว”
“หากนับครั้งนี้ด้วย ก็เป็นครั้งที่สองขอรับ” เยี่ยซินหรงตอบ “ทว่าพวกยักษาเองก็มักจะออกทะเลเช่นกัน พวกเขาใช้เรือไม้ซุง หรือบางทีก็แค่ขี่ท่อนไม้ธรรมดาๆ ใช้ปลาเล็กเป็นเหยื่อล่อปลาใหญ่ บางคราที่พวกเขาออกเรือไปไกลหรือประสบคลื่นลมพายุ ก็มักจะพบปะกับเรือของชาวต้าเยี่ยนบ้าง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพวกยักษานิสัยดุร้ายที่ทำตัวเป็นโจรสลัด คอยปล้นชิงเรือที่ผ่านมา ข้าเคยพบเจออยู่บ่อยครั้ง ทว่าแค่ข้าพูดภาษายักษากับพวกเขา ต่อให้เป็นยักษาผู้โหดเหี้ยมเพียงใดก็จะล่าถอยไปเองขอรับ”
ผืนแผ่นดินเลือนรางท่ามกลางหมอกหนาค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย
ดูเหมือนจะเป็นชายหาดและป่าเขาธรรมดา ทว่าย่อมไม่อาจกะขนาดของแผ่นดินใต้ม่านหมอกได้ชัดเจนนัก ถึงกระนั้นกลับมองเห็นเงาร่างหนึ่งยืนเด่นสง่าอยู่ริมหาด
ซ่า…
ไม้พายแหวกสายน้ำ เรือลำน้อยแล่นใกล้เข้าไปทุกที
เงาร่างนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
เป็นเงาร่างสูงใหญ่ ดูดุดันน่าเกรงขามยิ่งนัก ความสูงร่วมหนึ่งจั้ง ผิวหน้าเป็นสีเขียวมีเขี้ยวโค้งงอ กล้ามเนื้อเป็นมัด พันเศษผ้าเก่าๆ และใบไม้ไว้รอบลำตัว ประดับประดาด้วยเปลือกหอยและกระดูกสัตว์ร้อยด้วยเชือกหญ้า บนใบหน้าและตามต