้วยสีหน้าลำบากใจ “เขาบอกว่าบนเกาะกำลังจัดพิธีบวงสรวงใหญ่ ไม่ว่าข้าจะพูดอย่างไร เขาก็ไม่ยอมให้พวกเราขึ้นฝั่งเด็ดขาดขอรับ”
“พิธีบวงสรวงรึ”
“เดี๋ยวข้าจะลองถามดู…”
เยี่ยซินหรงหันไปเจรจาอีกพักหนึ่ง
ดูเหมือนพวกยักษาจะมีไมตรีกับเผ่าพันธุ์เดียวกันอยู่มาก เมื่อเห็นเยี่ยซินหรงแม้จะร่างเล็กและหน้าตาพิลึกไปบ้าง แต่กลับพูดภาษายักษาได้คล่องแคล่ว ท่าทีของยักษาลาดตระเวนจึงอ่อนลง
ไม่นานนักเยี่ยซินหรงก็หันกลับมา สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก เขาตอบซ่งโหยวว่า “เขาว่าช่วงนี้จ้าวสมุทรอารมณ์แปรปรวน มักจะบันดาลให้เกิดคลื่นยักษ์ทำลายเรือที่ผ่านไปมา และยังส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่ออาณาจักรยักษารวมถึงอาณาจักรใกล้เคียง พวกเขาจึงต้องจัดพิธีบวงสรวงเพื่อถวายเครื่องเซ่นและอ้อนวอนจ้าวสมุทรขอรับ”
“จ้าวสมุทรบันดาลให้เกิดคลื่นยักษ์อย่างนั้นหรือ”
“เขาว่าอย่างนั้นขอรับ”
“เป็นเช่นนั้นเอง…”
คงเป็นเพราะชายผู้นี้เชื่อมาตลอดว่าคลื่นลมในทะเลคือภัยธรรมชาติ และการอ้อนวอนต่อจ้าวสมุทรจะช่วยคุ้มครองตนได้ เขาจึงพาคนทั้งเรือโยนปศุสัตว์ลงทะเลเป็นเครื่องเซ่นมาโดยตลอด ทว่าพอมารู้ความจริงจากปากยักษาว่าคลื่นยักษ์เหล่านั้นล้วนมาจากจ้าวสมุทรที่ตนพยายามบูชา จึงเผยสีหน้าเช่นนั้นออกมา
“แล้วเหตุใดจ้าวสมุทรถึงดลบันดาลคลื่นยักษ์เล่า”
“พวกเขาก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ”
“เช่นนั้นท่านลองถามเขาดูเถิดว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงแล้ว จะอนุญาตให้พวกเราขึ้นไปเยี่ยมช