ไปใหญ่ว่าเขาคือเทพเซียนจริงๆ
เรือสินค้าที่ออกท่องทะเลมักจะได้รับกำไรมหาศาล
ในนิทานเล่าว่าเทพเซียนในป่าลึกเคยช่วยคนตัดไม้หรือคนเก็บสมุนไพรไว้ ยังต้องกำชับให้คนเหล่านั้นออกไปสร้างรูปเคารพหรือสร้างศาลเจ้าถวายธูปเทียนให้หลายปี และในนิทานก็มักจะมีเรื่องราวของปุถุชนที่กลับบ้านไปแล้วคิดประมาท ไม่ยอมสร้างรูปเคารพหรือศาลเจ้าตามสัญญา สุดท้ายก็ถูกเทพเซียนลงทัณฑ์
ทว่าพวกเขากลับได้ยินนักพรตบนเรือลำน้อยกล่าวว่า
“ข้าเป็นเพียงนักพรตจากอี้โจว ออกพเนจรมาถึงที่นี่ ได้ยินว่าโพ้นทะเลมีผีสางเทพยดามากมาย ทั้งยังมีตำนานเรื่องราวพิสดาร จึงตั้งใจล่องเรือออกทะเลมาเพื่อเยี่ยมเยียนและเสาะหาความจริง”
“ตำนานพิสดารหรือ”
ที่ริมกราบเรือ มีชายอีกคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองมาที่ซ่งโหยวด้วยสายตาที่ทั้งยำเกรงและขลาดกลัว
ชายผู้นี้มีหน้าตาอัปลักษณ์ดูดุดัน หัวไหล่กว้างกว่าคนรอบข้างมาก ร่างกายกำยำผิดมนุษย์มนา เพียงแค่มองแค่ท่อนบนก็จินตนาการได้ว่าเขาต้องมีร่างสูงใหญ่เพียงใด
ซ่งโหยวเองก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน
ขณะนั้นชายคนแรกที่เอ่ยปากในตอนต้นเห็นท่าไม่ดี จึงรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วกล่าวขึ้นว่า “หากท่านเซียนไม่รังเกียจ เชิญขึ้นมาพักบนเรือก่อนเถิด ให้พวกข้าได้ขอบคุณท่านสักหน่อย”
“ก็ดีเหมือนกัน”
ซ่งโหยวแย้มยิ้มพลางรับคำ ก่อนจะเอ่ยสำทับว่า “แต่พวกท่านที่คุกเข่าอยู่ด้านบนต้องลุกขึ้นก่อน ห้ามคุกเข่าอีก หากอยากจะขอบคุณข้าจริงๆ ก็ช่วยนำชา