างผ่อนคลาย ร่างกายเกือบจะขนานกับผิวน้ำ หรือกระทั่งเอียงไปในองศาที่ดูหวาดเสียว แต่เขาก็เดินขึ้นมาทีละก้าวๆ จนถึงด้านบน
เมื่อก้าวพ้นกราบเรือ ร่างกายของเขาก็กลับมาตั้งตรงตามปกติ
ผู้คนบนเรือต่างยืนอึ้งมองเขาอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ข้าแซ่ซ่ง นามโหยว”
ซ่งโหยววางเจ้าแมวลง แย้มยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะแนะนำเจ้าแมวที่อยู่บนพื้นว่า “นี่คือแม่นางสามสี”
ทุกคนลอบมองไปยังแมวสามสีตัวนั้น
คนที่มีไหวพริบหน่อยต่างก็นึกไปถึงเด็กหญิงในชุดสามสีที่ปรากฏกายบนเรือน้อยภายใต้แสงสายฟ้าเมื่อคืนนี้ แต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเช้าวันนี้
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ…
นกนางแอ่นขยับปีกบินมาเกาะที่ริมกราบเรือ
“นี่คือนกนางแอ่นของข้า นามว่าเยี่ยนอัน”
“…”
“ข้าเยี่ยซินหรง” ชายร่างสูงใหญ่กำยำผู้มีใบหน้าดุดันเอ่ยพลางทำความเคารพตาม “คารวะท่านเซียนทุกท่านขอรับ”
ยามที่มายืนอยู่ต่อหน้าซ่งโหยวเช่นนี้ ยิ่งเห็นชัดว่าเขาตัวสูงใหญ่เพียงใด เกรงว่าคงจะสูงกว่าแม่ทัพเฉินครึ่งศีรษะได้ กระนั้นกิริยาท่าทางและสำเนียงการพูดของเขากลับดูมีมารยาท ยามคุกเข่าคำนับเขายังค้อมกายลงต่ำกว่าเจ้าของเรือเสียอีก
คนทั้งสองนี้คงจะเป็นผู้ที่มีฐานะสูงที่สุดบนเรือลำนี้
เมื่อทั้งสองรายงานนามเสร็จสิ้น คนอื่นๆ ที่เหลือต่างรู้ฐานะของตนว่าไม่มีคุณสมบัติพอจะเอ่ยชื่อต่อหน้าท่านเซียน จึงได้แต่ร่วมกันทำความเคารพพร้อมกัน เสียงขานรับระงมเซ็งแซ่
“เชิญท่านเซียนเข้าไปด้านในขอรับ”
เจี่ยเจ