้ว”
“หาไม่ได้ขอรับ…”
นกนางแอ่นเอ่ยเสียงเบา ทว่ากลับหันไปมองท้องฟ้า
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนดูเหมือนจะยังคงติดอยู่ในใจของเขาเช่นกัน
นั่นคือภาพอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต พายุฝนที่ไม่เคยเผชิญด้วยตนเอง ย่อมไม่มีวันลืมเลือน บางทีจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อคืนนี้ก็จะยังคงเป็นวันหนึ่งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เขาที่สุดก็เป็นได้
ทว่าเขาไม่ได้เอ่ยคำเหล่านั้นออกมา และไม่อาจพรรณนาออกมาได้ เมื่อละสายตาจากท้องฟ้าที่ขมุกขมัวหันมามองซ่งโหยวอีกครั้งก็เอ่ยต่อ “จะให้บินขึ้นไปดูว่าที่นี่คือที่ใดไหมขอรับ”
“ไม่เป็นไร ที่นี่ไม่ธรรมดา อีกอย่างหมอกยังลงหนานัก หากเจ้าบินไปไกล เกรงว่าจะหาทางกลับไม่ถูก”
“ข้าเองก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่ธรรมดาเช่นกัน”
“อืม…”
ซ่งโหยวพยักหน้า ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ ทว่ากลับหันหน้าไปมองยังทิศทางหนึ่ง
ในส่วนลึกของม่านหมอกหนาทึบ ปรากฏเงาดำลางๆ สีเข้มกว่าสีของหมอกเพียงเล็กน้อย หากไม่สังเกตให้ดีแทบจะมองไม่เห็น ทว่าเมื่อมองเห็นแล้ว ก็จะยิ่งเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดูคล้ายเป็นรูปทรงของเรือ
มีระลอกคลื่นสายเล็กๆ แผ่มาจากทางนั้น
เอี๊ยด…
ตามมาด้วยเสียงลั่นของไม้เรือที่แทรกมากับเสียงน้ำเบาๆ
เรือสำเภาลำหนึ่งแล่นฝ่าสายหมอกออกมา ปรากฏแก่สายตาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อทั้งสองฝ่ายเริ่มเข้าใกล้กัน ก็ยิ่งเห็นชัดเจนเข้าใหญ่
ทุกคนบนเรือสำเภาต่างมายืนออกันอยู่ที่หัวเรือพร้อมกับหันมาจ้อง