บจั้ง
ซ่งโหยวลุกขึ้นนั่งพลางมองไปรอบๆ
เจ้าแมวน้อยนอนหลับอยู่ข้างกายพร้อมกับกอดดาบสะบั้นวารีไว้
การขยับตัวของเขาทำให้เรือน้อยโคลงเคลง ในที่สุดก็สร้างรอยกระเพื่อมเล็กๆ บนผิวน้ำที่เรียบดุจกระจก ให้แผ่ซ่านเข้าไปในส่วนลึกของม่านหมอก
นกนางแอ่นลืมตาขึ้นในทันใด เผยดวงตาสีดำขลับแวววับ
เจ้าแมวใช้อุ้งเท้ากอดดาบสะบั้นวารีไว้ อีกหนึ่งอุ้งเท้าเอื้อมมาปิดตาตนเอง อุ้งเท้าทรงกลมสวมถุงเท้าสีขาวให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่านางเองก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหว อุ้งเท้าข้างที่ปิดตาอยู่จึงเริ่มกดเน้นเบาๆ บิดกายครู่หนึ่งก่อนจะผละออก แล้วลืมตาขึ้นมองซ่งโหยวอย่างงัวเงีย
“อรุณสวัสดิ์เยี่ยนอัน อรุณสวัสดิ์แม่นางสามสี” ซ่งโหยวเอ่ยทักทายทั้งสองตามลำดับ ราวกับพายุฝนเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“อรุณสวัสดิ์คุณชาย”
“อรุณสวัสดิ์นักพรต…” แม่นางสามสีเอ่ยพลางเงยหน้ามองซ้ายมองขวา “ทำไมถึงไม่มีเสียงอะไรเลย”
“คลื่นลมสงบแล้ว”
“คลื่นลมสงบ~”
“พายุฝนเมื่อคืนคงจะกินพลังงานทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในทะเลไปจนสิ้นแล้ว” ซ่งโหยวเอ่ยพลางยิ้ม ก่อนจะหันไปถามนกนางแอ่น “เมื่อก่อนตอนที่เจ้าไปเสาะหาพันธุ์พืชดีๆ จากดินแดนโพ้นทะเล เคยเจอพายุฝนเช่นนี้บ้างไหม”
“เคยเจอจากระยะไกลๆ ขอรับ ทว่าก็ไม่ได้ใหญ่โตเช่นนี้ อีกอย่างพอพวกเราเห็นหรือรู้สึกได้จากไกลๆ ก็จะรีบหลบเลี่ยงไปก่อนแล้ว” นกนางแอ่นตอบตามจริง
“เช่นนั้นเมื่อคืนคงทำให้เจ้าขวัญเสียแล