้นไป ก็จะใช้สายน้ำเป็นเส้นทางหลบหลีกได้ แหวกว่ายไปมาอย่างอิสระดุจมวลมัจฉา”
“แล้วเจ้านกนางแอ่นไม่มีดาบสะบั้นวารี ทั้งยังไม่มีอาคมธาตุน้ำ จะทำอย่างไรเล่า” แม่นางสามสีถือคันเบ็ดไว้ในมือ สายตาจับจ้องผิวน้ำนิ่ง แต่ก็ไม่ลืมที่จะขานรับเขา
นกนางแอ่นเองก็เอียงคอมองมาด้วยความสนใจ
“เช่นนั้นก็คงต้องใช้อาคมเต๋าเล็กๆ น้อยๆ แล้ว” เสียงของนักพรตดังมาจากใต้หมวกงอบ “มีเทพองค์หนึ่งนามว่า ‘กงหลง’ หากนักพรตผู้บำเพ็ญตบะมาสูงส่งและกราบไหว้บูชาท่านเป็นประจำต้องการลงน้ำโดยไม่จม ก็แค่ต้องเรียกขานนามของท่านด้วยความเคารพ ขอให้ท่านช่วยเหลือ ยามต้องลงน้ำก็จะไม่จม แม้นกนางแอ่นจะไม่ใช่นักพรต และไม่ได้สักการะองค์เทพกงหลง แต่นกนางแอ่นก็เป็นถึงทายาทของเยี่ยนเซียน หากกล่าวนามของเยี่ยนเซียนไปด้วย บางทีท่านเทพคงจะยอมไว้หน้าบ้าง”
“เหมือนตอนที่แม่นางสามสีจุดตะเกียงหรือ”
“ตกลง…”
เด็กหญิงตัวน้อยเพิ่งจะกล่าวคำรับคำ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกได้ว่าสายเบ็ดนั้นตึงขึ้น แรงมหาศาลขุมหนึ่งส่งผ่านคันเบ็ดมาในฉับพลัน
หากไม่ตั้งตัวให้ดี คันเบ็ดคงหลุดมือไปแล้ว โชคดีที่นางไหวตัวทัน คว้าคันเบ็ดไว้ได้ทันท่วงที พร้อมกับยันเท้าทั้งสองข้างลงบนกราบเรืออย่างรวดเร็ว
“อื้อ!”
แรงนั้นช่างมหาศาลนัก
เรือลำน้อยที่ลอยเคว้งอยู่ถูกลากจนหมุนคว้างเปลี่ยนทิศทางอย่างเห็นได้ชัด
แม่นางสามสีกำคันเบ็ดไว้แน่น แม้จะอยู่ในร่างมนุษย์ แต่หัวแม่เท้าทั้งสิบของนางก็จิกเกร็งจ