นกางออก ทุกสัดส่วนของร่างกายกำลังออกแรงฟาดฟันกับพละกำลังใต้น้ำนั้น
ฟิ้ว…
แสงรำไรจุดหนึ่งพุ่งออกจากมือของนักพรต ตกลงบนคันเบ็ด
“ป้องกันไม่ให้คันเบ็ดและสายเบ็ดของแม่นางสามสีขาด นี่เป็นของที่ผู้พิพากษาหลู่มอบให้เราเชียวนะ” เสียงของนักพรตดังขึ้น “แม่นางสามสีพยายามเข้า ตกได้ปลาตัวใหญ่เชียว”
แม่นางสามสีกัดฟันกรอด ออกแรงสุดกำลัง
นกนางแอ่นก็เบิกตากลมโต
ขั้นตอนนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน
ซ่งโหยวนอนเอกเขนกอย่างสำราญใจ ระหว่างนั้นเขาก็เลิกปีกหมวกขึ้นดูคราหนึ่ง เห็นว่าบนฟ้ายังคงไร้เมฆหมอก และแม่นางสามสียังคงต่อสู้กับแรงปลาอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนจากใช้มือกำคันเบ็ดเป็นเอาสายเบ็ดพันรอบมือไว้หลายตลบแล้ว เขาจึงดึงปีกหมวกลงและงีบหลับต่ออีกครู่ใหญ่
จนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น
ตามมาด้วยเสียงของหนักตกลงกลางห้องเรือ
ซ่งโหยวถอดหมวกออกแล้วลุกขึ้นมาดู
เห็นปลาใหญ่ตัวหนึ่งนอนนิ่งอยู่กลางห้องเรือ มันยาวเกือบเท่าส่วนสูงของคน ส่วนที่กว้างและหนาที่สุดของลำตัวนั้น แทบจะหนาเท่ากับเอวคนเลยทีเดียว
แม้ซ่งโหยวจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นปลาใหญ่ แต่เมื่อได้เห็นกับตาเขาก็ตะลึงไม่แพ้กัน
เด็กหญิงตัวน้อยเห็นก็ตกตะลึงจนเอาแต่ยืนค้างอยู่อย่างนั้น
“แฮ่ก…”
แม่นางสามสีที่เหนื่อยหอบทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นเรือ สายตายังคงจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย
ปลาตัวนี้ใหญ่กว่าตัวนางตอนอยู่ในมนุษย์เสียอีก และยิ่งใหญ่กว่าร่างแมวของนางไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เ