ะหอยและหอยนางรมที่เกาะอยู่ตามโขดหิน พลางล้วงกริชของตนออกมาพิจารณาดูอย่างละเอียด
“พอเถิด” ซ่งโหยวรีบเอ่ยปรามแม่นางสามสี “แม่นางสามสีสร้างผลงานไว้เยอะแล้ว หากวันนี้เจ้ายังจะจับอีก วันต่อๆ ไปก็จะเบื่อเอาได้นะ”
“วันต่อๆ ไปก็จะจับอีก!”
“กินไม่หมดหรอก”
“เอาไปขายก็ได้นี่!” เด็กหญิงตัวน้อยชี้ไปยังทิศทางที่เดินมาเมื่อวาน “เดินผ่านหมู่บ้านนั้นไป ก็ไปขายปลาที่อีกหมู่บ้านหนึ่งได้นี่นา!”
“ความจำดีจริงๆ…”
“แม่นางสามสีความจำเป็นเลิศ!”
“แต่แดดเริ่มร้อนมากแล้วนะ”
“จริงด้วย!” แม่นางสามสีเห็นพ้องต้องกัน นางเอ่ยด้วยเสียงเป็นห่วงเป็นใย “เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปหลบแดดเถิด! แม่นางสามสีไม่กลัวแดดหรอก!”
“…”
ซ่งโหยวได้แต่มองนางอย่างจนใจ รู้สึกว่านางกำลังเสพติดความสนุกนี้เข้าเสียแล้ว
แท้จริงแล้ว มันคือความรื่นรมย์จากการประสบผลสำเร็จต่างหาก
ทว่าเขาก็พอจะมีวิธีรับมืออยู่
ซ่งโหยวเงยหน้ามองดวงตะวันแล้วเอ่ยว่า “แต่ตอนนี้เที่ยงแล้วนะ ข้าเริ่มหิวแล้ว แม่นางสามสีหาของทะเลมาได้เยอะถึงเพียงนี้ ก็ควรกลับไปลิ้มรสพวกมันดูเสีย เจ้ายังต้องจุดไฟ ทำอาหาร เก็บฟืน แล้วยังต้องจัดการกับของทะเลพวกนี้อีก ยุ่งจนทำไม่ไหวหรอก”
“อ้อ!”
แม่นางสามสีดูจะประหลาดใจยิ่งนัก นางรีบเงยหน้ามองฟ้าตามเขา คล้ายเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเวลาล่วงเลยไปจนถึงยามเที่ยงโดยไม่รู้ตัวแล้วจริงๆ
“แม่นางสามสีคิดว่าอย่างไร”
“แม่นางสามสีคิดว่าเจ้าพูดถูก!”
“พรุ่งนี้ค่อยมาให