้นเป็นแน่
จากนั้นก็นำปลาที่กินไม่หมดมาตากแดดจนแห้งสนิท เตรียมไว้เป็นเสบียงยามออกสู่ท้องทะเล
ช่วงบ่าย ซ่งโหยวตั้งใจจะไปฝึกพายเรือ ทว่าแสงแดดนั้นร้อนแรงเกินทน แต่เขาก็หาได้รีบร้อนไม่ กลับเอนกายงีบหลับพักผ่อนในที่ร่ม รอจนตะวันคล้อยต่ำจึงค่อยออกทะเล
ส่วนแม่นางสามสีนั้นหาได้คิดจะพักผ่อนไม่ นางสะพายย่ามคู่ใจออกไปข้างนอกอีกครั้ง
นางรู้สึกชีวิตช่วงไม่กี่วันมานี้ช่างสุขสบายดุจวิถีเทพเซียนยิ่งนัก
ซ่งโหยวเองก็สำราญใจเพราะความรื่นรมย์ที่ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ในยุคสมัยนี้ การจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลจากห่างไกลบรรพตหรือที่ห่างไกลชายฝั่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชาวบ้านในท้องถิ่นอาจจะเบื่อหน่ายรสชาติเหล่านี้แล้ว แต่สำหรับเขานั้นยังห่างไกลคำว่าเบื่อนัก
มื้อค่ำกินกุ้งมังกรเล็กและหอยตาแมวผัด
ผลัดเปลี่ยนจานอาหารไปทุกวันไม่ซ้ำซาก
นอกจากนี้เขายังใช้เวลาไปกับการเดินเล่นเป็นเพื่อนแม่นางสามสีทั้งช่วงเช้าและเย็น หากไม่ได้เดินเล่นก็ไปพายเรือ ยามว่างก็นั่งซึมซับพลังวิญญาณฟ้าดิน หรือไม่ก็นอนทอดกายฝัน ช่วงเวลานี้จึงมีความหมายแตกต่างไปจากช่วงที่ต้องคอยตรากตรำอย่างสิ้นเชิง
ผ่านไปราวสิบวัน
ท้องฟ้ายามเช้าทอแสงสีครามสดใส ไร้เมฆหมอกบดบัง สะท้อนกับผืนน้ำอันสงบนิ่งจนแลดูประหนึ่งผืนครามกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
นักพรตหนุ่มเดินเท้าเปล่าไปตามหาดทราย ปล่อยให้ฟองคลื่นจูบซับหลังเท้าอย่างอ่อนโยน เขาปลดเชือกยึดโยงเรือไม้ไว้ แล้วออกแรงลากมันลงสู่