ทะเล
ครืด…
ซ่งโหยวหยุดมือชั่วครู่ พลางเหลียวมองไปทางทิศไกล
เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสามสี เกล้าผมมวยคู่ กำลังยืนแหงนหน้ามองใต้ต้นมะพร้าว
พร้อมกับนกนางแอ่นที่ร่อนลงมาเกาะบนก้านมะพร้าว
“แม่นางสามสี หลบไป!”
สิ้นเสียงนกนางแอ่น
ตุ้บ!
ลูกมะพร้าวพลันร่วงหล่นลงมา
มันหล่นเฉียดใบหน้าของเด็กหญิงไปเพียงนิดเดียว และตกลงใกล้ๆ เท้าของนางพอดี แต่นางกลับไม่หลบเลี่ยงหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ไม่กะพริบตาไม่เอียงคอเลยสักนิด ราวกับล่วงรู้แต่แรกว่ามันไม่มีทางโดนตัวนาง เพียงก้มมองมะพร้าวผลนั้น แล้วใช้เท้าเขี่ยมันไปยังอีกด้านหนึ่ง
ตรงนั้นมีมะพร้าวอีกหลายลูกวางกองอยู่ก่อนแล้ว
เจ้าแมวและเจ้านกกำลังช่วยกันเก็บมะพร้าว
ที่น่าอัศจรรย์คือ นกนางแอ่นนั้นตัวเล็กนิดเดียว ผลมะพร้าวย่อมมีขนาดใหญ่กว่ากว่าตัวมันหลายเท่า อีกทั้งจะงอยปากก็ดูไร้เรี่ยวแรง ทว่ามันเพียงก้มจิกเบาๆ ลูกมะพร้าวก็หล่นลงมาจากก้านแล้ว
นกจิก แมวยกไปวาง
ภูตน้อยทั้งสองต่างร่วมแรงร่วมใจกัน
ซ่งโหยวละสายตากลับมา ลากเรือไปจนถึงริมน้ำ ก่อนจะหันไปทางเจ้าม้าคู่ใจ
“คลื่นลมกลางทะเลนั้นแปรปรวน ไม่เหมาะให้เจ้าไปด้วย คงต้องให้เจ้าคอยอยู่ที่นี่แล้ว” ซ่งโหยวเอ่ยกับม้าก่อนจะสะพายถุงใส่ผ้าขึ้น “หากเร็วหน่อยก็คงกลับมาในสิบวันหรือครึ่งเดือน หากต้องล่าช้าก็อาจกินเวลานานหลายเดือน ไม่อาจได้แน่นอน หากราบรื่นดี ข้าจะให้เยี่ยนอันกลับมาเล่าเรื่องให้เจ้าฟัง”
เจ้าม้าพ่นลมหายใจออกจากจมูก