ฉายแววเคร่งขรึมตามไปด้วย
“เขาจุนเจ่อ…”
เด็กหญิงตัวน้อยหันกลับไปมองขุนเขาที่ตั้งตระหง่านอีกครา
“ฮ่าๆ…”
นักพรตหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ ก่อนจะก้าวเดินลงไปตามทางต่อ
นกนางแอ่นโผบินผ่านผืนนภาอย่างคล่องแคล่วว่องไว
เทือกเขาที่ทอดตัวยาวเหยียดแห่งนี้คือพรมแดนคั่นกลางระหว่างเหยาโจวและล่างโจว แม้แต่ผู้เฒ่าเหนือยอดเขาแห่งนี้ก็ยังยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างเขตแดนของทั้งสองแคว้น เส้นทางขึ้นเขาจึงแบ่งออกเป็นทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซ่งโหยวขึ้นเขาจากทิศตะวันตกทางฝั่งเหยาโจว ยามลงเขาจึงเลือกเดินอีกเส้นทางหนึ่ง
ซึ่งสวนทางกับขุนนางหนุ่มผู้นั้นพอดี
เมื่อข้ามพ้นสันเขาไปแล้ว ก็นับว่าได้เข้าสู่เขตแดนของล่างโจวแล้ว
นักพรตยังคงเยื้องกรายอย่างเชื่องช้า หาได้รีบร้อนไม่
มีแม่นางสามสีเคียงข้างเช่นนี้ ทำให้การเดินทางไม่เงียบเหงาเกินไปนัก มีนกนางแอ่นคอยช่วยเหลือ ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ไม่หลงทาง มีเจ้าม้าคอยบรรทุกสัมภาระ จึงไม่จำเป็นต้องพกสิ่งใดติดตัว ทั้งยังมีไม้เท้าไผ่นี้คอยพยุงกาย ต่อให้หนทางจะไกลเพียงใดก็ย่อมไปถึงได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง ซ้ำยังไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกด้วย
ครึ่งเดือนให้หลัง
ซ่งโหยวทำตามคำแนะนำของขุนนางแซ่เหวย เขาแวะเติมเสบียงที่ชางจวิ้น สอบถามเส้นทางให้แน่ชัด แล้วจึงมุ่งหน้าตรงไปยังอำเภอหลานอัน
อำเภอหลานอันเป็นอำเภอเล็กๆ ริมฝั่งทะเล เพียงเดินไปตามถนนบนเนินเขาแห่งหนึ่ง ยังไ