ม่นางสามสี ซึ่งซ่งโหยวจัดหามาให้นางโดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้ค้นพบพรสวรรค์ด้านการทำอาหารอันน่าทึ่งของนาง
ยามนี้นางกำลังตุ๋นแกงเนื้อหนูกับเห็ดป่า ซึ่งเป็นยาบำรุงชั้นยอดสำหรับนาง
แม่นางสามสีทำอาหารอย่างพิถีพิถัน อาศัยว่าต้องดูแลนักพรตให้ดีเป็นอันดับแรก ว่าแล้วก็หยิบชามของเขามาตักโจ๊กเห็ดใส่เนื้อจนเต็มชาม เตรียมตะเกียบให้พร้อมแล้วยื่นให้เขา
“กินสิ”
“ขอบใจแม่นางสามสีมาก”
“ไม่เป็นไร!”
เด็กหญิงตัวน้อยหันกลับไปทำหน้าทำตาเคร่งขรึม ก่อนจะหยิบชามใบเล็กมาตักน้ำแกงบ้าง
“ไม่ล่ะ ขอบใจ”
“ไม่ใช่ว่าเจ้าชอบกินแกงเห็ดหรอกหรือ”
“แม่นางสามสีกินเถิด”
“แล้วแต่เจ้า”
“จะว่าไปก็แปลกนัก…”
“หือ”
“ไม่รู้เพราะอะไร ทุกครั้งที่กินอาหารที่แม่นางสามสีทำ กลับรู้สึกว่ารสชาติดีกว่าปกติมากนัก ทั้งที่ใช้ข้าวชนิดเดียวกันแท้ๆ” นักพรตหนุ่มชิมรสชาติโจ๊กพลางขมวดคิ้วขบคิด แล้วเอ่ยถามอย่างจริงจังว่า “แม่นางสามสีมีเคล็ดลับอันใดหรือ”
“หือ เคล็ดลับหรือ!”
แม่นางสามสีถึงกับอึ้งในคำถามนั้น แต่ภายในใจกลับรู้สึกเบิกบานยิ่งนัก นางไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี จึงได้แต่ครุ่นคิดในใจอย่างหนักว่าตนเองทำสิ่งใดได้ดีกว่ากันแน่
ทั้งที่นางก็เรียนรู้มาจากเขา ทำทุกอย่างตามแบบเขา หาได้ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย
“ไม่ใช่อะไรหรอก ข้ารู้สึกว่าโจ๊กที่แม่นางสามสีเคี่ยวนั้นไม่ใสหรือไม่ข้นจนเกินไป กำลังดีเลย ข้าวสวยที่เจ้าหุงก็เช่นกัน เม็ดข้าวเรียงตัวสวยแต่ไม่แห้งเลย