แม้แต่น้อย”
เด็กหญิงตัวน้อยถือชามของตนไว้ ลมพัดไออุ่นพวยพุ่งขึ้นมาจากชามให้เอนลู่ นางเอาแต่ขบคิดพลางเหลือบตามองนักพรต เมื่อเห็นเขากินโจ๊กอย่างมีความสุข ใจหนึ่งก็นึกปลาบปลื้ม อีกใจหนึ่งก็พยายามเฟ้นหาเหตุผลอย่างบ้าคลั่ง
“น้ำ!”
แม่นางสามสีนั้นเฉลียวฉลาด เรื่องแค่นี้มีหรือจะเกินความสามารถของนาง
“แม่นางสามสีไม่ได้ใช้น้ำแบบที่เจ้าใช้!”
“น้ำหรือ”
นักพรตหนุ่มหันมองด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว!” เด็กหญิงพยักหน้าเน้นย้ำ “แล้วก็เกลือด้วย! ไม่เหมือนกันเลย!”
“โอ้” ซ่งโหยวขยิบตา “ดูท่าแม่นางสามสีจะพิถีพิถันใช้ได้!”
“ถูกต้อง!”
“ไม่รู้ว่าปกติแม่นางสามสีใช้น้ำอะไรหุงข้าว ใช้ข้าวและน้ำปริมาณเท่าใด แล้วใส่เกลือไปมากน้อยเพียงใด ยังมีเคล็ดลับอื่นอีกหรือไม่” ซ่งโหยวถามด้วยความอยากรู้ “แม้ฝีมือการทำอาหารของข้าจะเหนือกว่าแม่นางสามสีอยู่บ้าง แต่เรื่องหุงข้าวนั้น ข้าเทียบเจ้าไม่ติดเลย หากเจ้ายอมบอกเคล็ดลับให้ข้า วันหน้าข้าจะได้หุงข้าวให้ร่อยเช่นนี้บ้าง ข้าจะได้ทำอาหารเก่งสู้แม่นางสามสีบ้าง”
“อืม… ไม่ได้หรอกนะ!”
“ทำไมเล่า”
“อืม… ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี” ซ่งโหยวขมวดคิ้ว “หากวันหน้าข้าอยากกินข้าวอร่อยๆ แบบนี้ แต่ข้ากลับหุงไม่เป็นจะทำอย่างไร”
“แม่นางสามสีจะหุงให้เจ้าเอง!”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร”
“ได้สิ”
“ครั้งสองครั้งน่ะได้ แต่จะให้แม่นางสามสีหุงข้าวให้ข้ากินทุกมื้อคงไม่เหมาะนัก”
“ข้าบอกว่าได้”