แต่ถึงกระนั้นก็ยังคลานไปใกล้ต้นหญ้า
แสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมายังยอดหญ้าเปียกชื้น
ขุนนางหนุ่มไม่สนใจสิ่งใดแล้วอ้าปากอมยอดหญ้าต้นนั้นไว้ทันที
ถือว่าโชคดีที่ตลอดทางไม่เห็นใครมาทำธุระส่วนตัวแถวนี้
ครั้นกลืนน้ำค้างเหนือยอดหญ้าลงไปแล้วก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกจับใจ เคล้าด้วยรสชาติของยอดหญ้า หากพินิจให้ละเอียดจะพบว่ามีรสดินปะปนอยู่ด้วย
ตำนานกล่าวว่านี่คืออาหารของอมนุษย์ทั้งปวงและเป็นเครื่องดื่มของเหล่าเทพเซียน นักพรตซ่งบอกว่าจิบแล้วจะทำให้มีสติตื่นรู้ หลังจากขุนนางหนุ่มกลืนน้ำค้างไปแล้วก็ยังไม่ได้รู้สึกตื่นตัวในทันที ความง่วงนั้นก็ใช้ว่าจะหายไป เพียงรู้สึกว่ามีสติสัมปชัญญะขึ้นเล็กน้อย ไม่น่าจะเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว
“ยังมีอีก…”
เขาเลิกสนใจสิ่งอื่นใดแล้วเริ่มตามหาน้ำค้างตามยอดหญ้าต้นอื่น
ไม่รู้ว่าจิบไปมากเท่าไหร่ ไม่รู้กระทั่งเวลาผ่านเลยไปนานเพียงใด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำค้างมีฤทธิ์ดั่งที่ว่าจริง หรือเพราะมัวแต่พะวงกับการตามหาน้ำค้างจนลืมความง่วงไปเอง
กระทั่งเขารู้สึกว่าผืนนภาและปฐพีพลันสว่างไสวขึ้นหลายส่วน สายลมภูเขาสงบลงไปตั้งแต่เมื่อใดไม่อาจทราบ ขุนนางหนุ่มพลิกกายกลับมาด้วยความตื่นตระหนก ครั้นเหลียวมองไปก็พบว่าหมู่เมฆที่เคยบดบังดวงจันทร์ถูกลมพัดจนสลายหายไปแล้ว เผยให้เห็นจันทราทอแสงกระจ่างเคียงคู่กับแสงรำไรแห่งรุ่งอรุณ ทุกสิ่งล้วนปรากฏชัดในสายตา ไม่ว่าจะเป็นเขาจุนเจ่อเบื้องหน้าหรือทิวเขาส