าก็รีบตามมาทันที
เสียงกีบม้าและเสียงกระดิ่งก้องกังวานไปทั่วภูเขาและป่าไม้
แมวสามสีเดินตามช้าๆ คล้ายกำลังขบคิด นางเงยหน้าขึ้นสูง มองดูภูเขาและหมอกควัน ป่าไม้และนกทั้งสองข้างทาง บางครั้งก็ก้มหน้าลง มองไปข้างหน้าและข้างหลัง ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง
ไม่รู้ว่ากำลังคิดถึงปีศาจที่ซ่อนอยู่บนเขาเมื่อปีที่แล้ว หรือรู้สึกว่าบนถนนสายนี้เสียงรถม้าและเสียงพิณไป
ไม่นานก็มาถึงทางแยกนั้นอีกครั้ง
ร้านน้ำชาที่ทางแยกนั้นยังคงไม่เปิดประตูรับแขก
ซ่งโหยวนั่งบนก้อนหินที่ร้านน้ำชาอยู่ครู่หนึ่ง อาศัยร่มเงาจากเพิงน้ำชาที่ผุพัง หยิบเสบียงแห้งและน้ำออกมานั่งกิน
ริมถนนและขอบทางเดินของร้านน้ำชามีวัชพืชขึ้นอยู่มากมาย ม้าก็ไม่ส่งเสียงใดๆ ก้มหน้าลงกินหญ้า มีแต่เสียงถอนหญ้าและเสียงเคี้ยวเท่านั้น แมวน้อยก็หยิบปลาไหลตากแห้งออกมาจากย่าม แล้วนอนแทะอยู่ตรงนั้น
“นักพรตจะกินปลาไหลไหม”
“ไม่เป็นไร ขอบคุณเจ้ามาก”
“มันสะอาดมากนะ” แมวน้อยเงยหน้าจ้องมองเขา “สะอาดกว่าเนื้อตากแห้งที่คนในเมืองทำขายเสียอีก”
“แมวสามสีกินเถิด”
“นี่ก็ไม่กิน นั่นก็ไม่กิน…”
แมวน้อยส่ายหัวบ่นพึมพำ แล้วก้มหน้าแทะปลาไหลตากแห้งต่อไป
ปลาไหลนั้นทั้งแห้งและแข็ง ระหว่างที่แทะก็มีเศษร่วงลงมา เมื่อกัดและเคี้ยวก็มีเสียงกรอบๆ ชวนให้รู้สึกสบายหูนัก
แสงแดดสาดส่องสว่างไสว อากาศก็ดูเหมือนจะร้อนขึ้นเล็กน้อย
ซ่งโหยวกินผักในมือจนหมดจด คอยกวาดเศษที่ติดอยู่บนมือเข้