ันไดหินที่ลอยอยู่รอบเสาหิน หมุนวนอยู่หลายรอบ จึงจะขึ้นมาบนแท่นหินสูงได้
“คารวะท่านนักพรต...”
เสียงของสาวใช้อ่อนโยนและแผ่วเบา เมื่อพูดจบก็ก้มหน้าลง เดินไปด้านหลังซ่งโหยว ก่อนจะคุกเข่าลงนั่ง
“เจ้าคือ…”
“ข้าคือเสี่ยวชี…”
“รบกวนเจ้าแล้ว”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
ซ่งโหยวพอจะเข้าใจแล้ว
อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวหรือสาวใช้ต่างก็เป็นปีศาจจิ้งจอก แม้หางจะดูไม่เชื่อฟัง แต่ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของร่างจริง หรืออย่างน้อยก็ถูกควบคุมโดยสมองเดียวกัน
ปีศาจจิ้งจอกอาจเป็นหนึ่งในจอมมารที่มีพลังที่ใกล้เคียงยอดฝีมือยุคบรรพกาลมากที่สุดในใต้หล้า การปล่อยพลังหยินหยางบริสุทธิ์จึงมิใช่ปัญหาอะไร และเนื่องจากพลังนั้นบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งเจือปน เช่นนั้นแล้วซ่งโหยวจึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอาคมหยินหยางสี่ฤดูได้
ฤดูร้อนผ่านพ้นไปในพริบตา ไม่ทันไรก็ย่างเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว
ในช่วงเวลานี้ปราณหยินและปราณภูตผีในภูเขาเยี่ยซานยังไม่ได้รับการซ่อมแซม ทั้งยังถูกลมพัดแดดเผา ประกอบกับการที่มีแม่นางสามสีคอยดูดซับอยู่ประจำ ทำให้พลังอ่อนแอลงไปมากนัก ด้วยความขยันขันแข็งของนกนางแอ่น พื้นที่แห่งนี้จึงมีพืชพรรณบางชนิดขึ้นกระจัดกระจาย ทว่าส่วนใ